"อฏฺฐีนํ นครํ กตนฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ชนปทกลฺยาณึ รูปนนฺทตฺเถรึ อารพฺภ กเถสิ.
สา กิเรกทิวสํ จินฺเตสิ "มยฺหํ เชฏฺฐภาติโก รชฺชสิรึ ปหาย ปพฺพชิตฺวา โลเก อคฺคปุคฺคโล พุทฺโธ ชาโต, ปุตฺโตปิสฺส ราหุลกุมาโร ปพฺพชิโต, ภาตาปิ เม ปพฺพชิโต, มาตาปิ เม ปพฺพชิตา; อหํปิ, เอตฺตเก ญาติคเณ ปพฺพชิเต, เคเห กึ กริสฺสามิ, ปพฺพชิสฺสามีติ. สา ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชิ ญาติสิเนเหเนว, โน สทฺธาย; อภิรูปตาย ปน "รูปนนฺทาติ ปญฺญายิ. สา "สตฺถา กิร `รูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา; เวทนา, สญฺญา, สงฺขารา, วิญฺญาณํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ วทตีติ สุตฺวา "เอวํ ทสฺสนีเย ปาสาทิเก มมาปิ รูเป โทสํ กเถยฺยาติ สตฺถุ สมฺมุขีภาวํ น คจฺฉติ. สาวตฺถีวาสิโน ปาโตว ทานํ ทตฺวา สมาทินฺนุโปสถา สุทฺธุตฺตราสงฺคา คนฺธมาลาทิหตฺถา สายณฺหสมเย เชตวเน สนฺนิปติตฺวา ธมฺมํ สุณนฺติ. ภิกฺขุนีสงฺโฆปิ สตฺถุ ธมฺมเทสนาย อุปฺปนฺนจฺฉนฺโท วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณาติ. ธมฺมํ สุตฺวา นครํ ปวิสนฺตา สตฺถุ คุณกถํ กเถนฺตาว ปวิสนฺติ.
จตุปฺปมาณิเก หิ โลกสนฺนิวาเส อปฺปกาว เต สตฺตา; เยสํ ตถาคตํ ปสฺสนฺตานํ ปสาโท น อุปฺปชฺชติ. รูปปฺปมาณิกา หิ สตฺตา ตถาคตสฺส ลกฺขณานุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิตํ สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ทิสฺวา ปสีทนฺติ. โฆสปฺปมาณิกา อเนกานิ ชาติสตานิ นิสฺสาย ปวตฺตํ สตฺถุ คุณโฆสญฺเจว อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ ธมฺมเทสนาโฆสญฺจ สุตฺวา ปสีทนฺติ. ลูขปฺปมาณิกาปิสฺส จีวราทิลูขตํ ปฏิจฺจ ปสีทนฺติ. ธมฺมปฺปมาณิกาปิ "เอวรูปํ ทสพลสฺส สีลํ, เอวรูโป สมาธิ, เอวรูปา ปญฺญา; ภควา สีลาทีหิ คุเณหิ อสโม อปฺปฏิสโม อสมสโม อปฺปฏิปุคฺคโลติ ปสีทนฺติ. เตสํ ตถาคตสฺส คุณํ กเถนฺตานํ มุขํ นปฺปโหติ.
รูปนนฺทา ภิกฺขุนีนญฺเจว อุปาสิกานญฺจ สนฺติกา ตถาคตสฺส คุณกถํ สุตฺวา จินฺเตสิ "อติวิย เม ภาติกสฺส วณฺณํ กเถนฺติเยว, เอกทิวสํปิ เม รูเป โทสํ กเถนฺโต กิตฺตกํ กเถสฺสติ; ยนฺนูนาหํ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ คนฺตฺวา อตฺตานํ อทสฺเสตฺวาว ตถาคตํ ปสฺสิตฺวา ธมฺมํ ๑- สุณิตฺวา อาคจฺเฉยฺยนฺติ. สา "อหํ อชฺช ธมฺมสฺสวนํ คมิสฺสามีติ