@นตฺถิ. ๓. สี. ม. ยุ. "ปณีตาหาเรนาติ นตฺถิ. ปญฺญายิ. ตํ กิร สพฺพพุทฺธานํ เอกวารํ โหติเยว. สตฺถุ จ ๑- สพฺเพสญฺจ อิตฺถีเยว สํวิทหติ. รญฺโญ ปน "กาโฬ จ ชุณฺโห จาติ เทฺว อมจฺจา อเหสุํ. เตสุ กาโฬ จินฺเตสิ "อโห ราชกุลสฺส ปริหานิ, เอกทิวเสเนว จุทฺทสโกฏิธนํ ขยํ ๒- คจฺฉติ, อิเม อิมํ ทานํ ภุญฺชิตฺวา คนฺตฺวา นิปนฺนา นิทฺทายิสฺสนฺติ; อโห นฏฺฐํ ราชกุลนฺติ. ชุณฺโห ปน จินฺเตสิ "อโห รญฺโญ ทานํ, น หิ สกฺกา ราชภาเว อฏฺฐิเตน เอวรูปํ ทานํ ทาตุํ, สพฺพสตฺตานํ ปตฺตึ อเทนฺโต นาม นตฺถิ; อหํ ปน อิทํ ทานํ อนุโมทามีติ. สตฺถุ ภตฺตกิจฺจาวสาเน ราชา อนุโมทนตฺถาย ปตฺตํ คณฺหิ. สตฺถา จินฺเตสิ "รญฺญา มโหฆํ ปวตฺเตนฺเตน วิย มหาทานํ ทินฺนํ: อสกฺขิ นุ โข มหาชโน จิตฺตํ ปสาเทตุํ อุทาหุ โนติ. โส เตสํ อมจฺจานํ จิตฺตวารํ ญตฺวา "สเจ รญฺโญ ทานสฺส อนุจฺฉวิกํ อนุโมทนํ กริสฺสามิ; กาฬสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลิสฺสติ, ชุณฺโห โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตีติ ญตฺวา กาเฬ อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ เอวรูปํ ทานํ ทตฺวา ฐิตสฺส รญฺโญ จตุปฺปทิกํ คาถเมว วตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ คโต. ภิกฺขู องฺคุลิมาลตฺเถรํ ปุจฺฉึสุ "กึ นุ โข อาวุโส ทุฏฺฐหตฺถึ ฉตฺตํ ธาเรตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา ภายสีติ. "น ภายามิ อาวุโสติ. เต สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อาหํสุ "องฺคุลิมาโล ภนฺเต อญฺญํ พฺยากโรตีติ. สตฺถา "น ภิกฺขเว องฺคุลิมาโล ภายติ, ขีณาสวอุสภานํ หิ อนฺตเร เชฏฺฐกอุสภสทิสา

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๓๐๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. โลกวรรค”