สตฺถา อาสาฬฺหปุณฺณมีทิวเส อนฺโตนครํ ปาวิสิ. รญฺโญ อุยฺยานปาโล คณฺโฑ นาม เอกํ ปิงฺคลกิปิลฺลิเกหิ กตปตฺตปุฏสฺส อนฺตเร มหนฺตํ อมฺพปกฺกํ ทิสฺวา ตสฺส คนฺธรสโลเภน สมฺปตนฺเต วายเส ปลาเปตฺวา รญฺโญ อตฺถาย อาทาย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค สตฺถารํ ทิสฺวา จินฺเตสิ "ราชา อิมํ อมฺพํ ขาทิตฺวา มยฺหํ อฏฺฐ วา โสฬส วา กหาปเณ ทเทยฺย, ตํ เม เอกสฺมึ อตฺตภาเว ชีวิตวุตฺติยา นาลํ; สเจ ปนาหํ สตฺถุ อิมํ ทสฺสามิ, อปริยนฺตํ เม กาลํ หิตาวหํ ภวิสฺสตีติ. โส ตํ อมฺพํ สตฺถุ อุปนาเมสิ.
สตฺถา อานนฺทตฺเถรํ โอโลเกสิ. อถสฺส เถโร จาตุมฺมหาราชทตฺติยํ ปตฺตํ นีหริตฺวา หตฺเถ ฐเปสิ. สตฺถา ปตฺตํ อุปนาเมตฺวา อมฺพํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺเถว นิสีทนาการํ ทสฺเสสิ. เถโร จีวรํ ปญฺญเปตฺวา อทาสิ. อถสฺส ตสฺมึ นิสินฺนสฺส เถโร ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ตํ อมฺพปกฺกํ มทฺทิตฺวา ปานกํ กตฺวา อทาสิ. สตฺถา อมฺพปานกํ ปิวิตฺวา คณฺฑํ อาห "อิมํ อมฺพฏฺฐึ อิเธว ปํสุํ วิยูหิตฺวา โรเปหีติ. โส ตถา อกาสิ. สตฺถา ตสฺส อุปริ หตฺถํ โธวิ. หตฺเถ โธตมตฺเตเยว นงฺคลสีสมตฺตกฺขนฺโธ หุตฺวา อนุปุพฺเพน ปณฺณาสหตฺโถ อมฺพรุกฺโข อุฏฺฐหิ. จตูสุ ทิสาสุ เอเกกา อุทฺธํ เอกาติ ปญฺจ มหาสาขา ปณฺณาสปณฺณาสหตฺถาว อเหสุํ. โส ตาวเทว ปุปฺผผลสมฺปนฺโน หุตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ปริปกฺกอมฺพปิณฺฑิธโร อโหสิ. ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตา ภิกฺขู อมฺพปกฺกานิ ขาทนฺตาเยว อาคมึสุ. ราชา "เอวรูโป กิร อมฺพรุกฺโข อุฏฺฐิโตติ สุตฺวา "มา นํ โกจิ ฉินฺทีติ อารกฺขํ ฐเปสิ. โส ปน คณฺเฑน โรปิตตฺตา "คณฺฑามฺพรุกฺโขเตฺวว ปญฺญายิ. ธุตฺตกาปิ อมฺพปกฺกานิ ขาทิตฺวา "อเร ทุฏฺฐติตฺถิยา `สมโณ โคตโม คณฺฑามฺพรุกฺขมูเล ปาฏิหาริยํ กริสฺสตีติ ตุมฺเหหิ โยชนพฺภนฺตเร ตทหุชาตาปิ อมฺพโปตกา อุปฺปาฏาปิตา, คณฺฑามฺโพ นาม อยนฺติ วตฺวา เต อุจฺฉิฏฺฐอมฺพฏฺฐีหิ ปหรึสุ. สกฺโก วาตวลาหกเทวปุตฺตํ อาณาเปสิ "ติตฺถิยานํ มณฺฑปํ วาเตหิ อุปฺปาเฏตฺวา อุกฺการภูมิยํ ขิปาเปหีติ. โส ตถา อกาสิ. สุริยเทวปุตฺตํ อาณาเปสิ "สุริยมณฺฑลํ นิคฺคณฺหนฺโต ตาเปหีติ. โสปิ ตถา อกาสิ. ปุน วาตวลาหกํ อาณาเปสิ "วาตมณฺฑลํ อุฏฺฐาเปนฺโต ยาหีติ. โส ตถา กโรนฺโต ติตฺถิยานํ ปคฺฆริตเสทสรีเร รชวฏฺฏิโย โอกิริ. เต ตามฺพวมฺมิกสทิสา อเหสุํ. วสฺสวลาหกํปิ อาณาเปสิ "มหนฺตานิ มหนฺตานิ พินฺทูนิ ปาเตหีติ. โส ตถา อกาสิ. อถ เนสํ กาโย กพรคาวีสทิโส อโหสิ. เต นิคฺคณา หุตฺวา สมฺมุขสมฺมุขฏฺฐาเนเยว ปลายึสุ. เอวํ ปลายนฺเตสุ ปูรณกสฺสปสฺส อุปฏฺฐาโก เอโก กสฺสโก "อิทานิ เม อยฺยานํ ปาฏิหาริยกรณเวลา, ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสิสฺสามีติ โคเณ วิสฺสชฺเชตฺวา ปาโตว อาภตํ ยาคุกุฏญฺเจว โยตฺตญฺจ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺโต ปูรณํ ตถา ปลายนฺตํ ทิสฺวา "ภนฺเต อหํ `อยฺยานํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสิสฺสามีติ อาคจฺฉามิ, ตุมฺเห กหํ คจฺฉถาติ, "กินฺเต ปาฏิหาริเยน, อิมํ เม กุฏญฺจ โยตฺตญฺจ เทหีติ. โส เตน ทินฺนํ กุฏญฺจ โยตฺตญฺจ อาทาย นทีตีรํ คนฺตฺวา กุฏํ โยตฺเตน อตฺตโน คีวายํ พนฺธิตฺวา รหเท ปติตฺวา อุทกพุพฺพุฬเก อุฏฺฐาเปนฺโต กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺติ. สตฺถา ๑- อากาเส รตนจงฺกมํ มาเปสิ. ตสฺส เอกา โกฏิ ปาจีนจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ อโหสิ, เอกา ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ. สตฺถา สนฺนิปติตาย ฉตฺตึสโยชนาย ปริสาย วฑฺฒมานกจฺฉายาย "อิทานิ ปาฏิหาริยกรณเวลาติ