สตฺถารา หิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เสนาสเน อนุญฺญาเต ราชคหเสฏฺฐิอาทีหิ เสนาสเนสุ การิยมาเนสุ เอโก อาฬวิโก ภิกฺขุ อตฺตโน เสนาสนํ กโรนฺโต เอกํ มนาปํ รุกฺขํ ทิสฺวา ฉินฺทิตุํ อารภิ. ตตฺถ ปน นิพฺพตฺตา เอกา ตรุณปุตฺตา เทวตา ปุตฺตํ องฺเกนาทาย ฐิตา ยาจิ "มา เม สามิ วิมานํ ฉินฺท, น สกฺขิสฺสามิ ปุตฺตกํ อาทาย อนาวาสา วิจริตุนฺติ. โส "อหํ อญฺญตฺถ อีทิสํ รุกฺขํ น ลภิสฺสามีติ ตสฺสา วจนํ อนาทยิ. สา "อิมํ ตาว ทารกํ โอโลเกตฺวา โอรมิสฺสตีติ ปุตฺตํ รุกฺขสาขาย ฐเปสิ. โสปิ ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตผรสุํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ทารกสฺส พาหุํ ฉินฺทิ. เทวตา อุปฺปนฺนพลวโกธา "ปหริตฺวา นํ มาเรสฺสามีติ อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา เอวนฺตาว จินฺเตสิ "อยํ ภิกฺขุ สีลวา, สจาหํ อิมํ มาเรสฺสามิ, นิรยคามินี ภวิสฺสามิ: เสสเทวตาปิ อตฺตโน รุกฺขํ ฉินฺทนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา `อสุกเทวตาย เอวนฺนาม มาริโต ภิกฺขูติ มํปิ ปมาณํ กตฺวา ภิกฺขู มาเรสฺสนฺตีติ; อยญฺจ สสฺสามิโก [ภิกฺขุ], สามิกสฺเสว นํ กเถสฺสามีติ อุกฺขิตฺเต หตฺเถ อปเนตฺวา โรทมานา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา "กึ เทวเตติ อาห. สา "ภนฺเต ตุมฺหากเมว สาวเกน อิทํ นาม กตํ, อหํปิ ตํ มาเรตุกามา หุตฺวา อิทํ นาม จินฺเตตฺวา อมาเรตฺวาว อิธาคตาติ สพฺพนฺตํ ปวตฺตึ วิตฺถารโต อาโรเจสิ. สตฺถา ตํ สุตฺวา "สาธุ สาธุ เทวเต, สาธุ เต กตํ เอวํ อุปฺปนฺนํ โกธํ ภนฺตํ รถํ วิย นิคฺคยฺหมานายาติ วตฺวา อิมํ คาถมาห
"โย เว อุปฺปติตํ โกธํ รถํ ภนฺตํว ธารเย,
ตมหํ สารถึ พฺรูมิ, รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโนติ.
ตตฺถ "อุปฺปติตนฺติ: อุปฺปนฺนํ. รถํ ภนฺตํ วาติ: ยถา นาม เฉโก สารถิ อติเวเคน ธาวนฺตํ รถํ นิคฺคณฺหิตฺวา ยถิจฺฉกํ ฐเปสิ; เอวํ โย ปุคฺคโล อุปฺปนฺนํ โกธํ ธารเย นิคฺคณฺหิตุํ สกฺโกติ. ตมหนฺติ: ตํ อหํ สารถึ พฺรูมิ. อิตโร ชโนติ: อิตโร ปน ราชอุปราชาทีนํ รถสารถิ ชโน รสฺมิคฺคาโห นาม โหติ น อุตฺตมสารถีติ.