สาวตฺถิวาสิโน กิร ปญฺจสตา กุลปุตฺตา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺญํ อคมํสุ. เตสุ เอโก ตตฺเถว โอหียิ. อวเสสา อรญฺเญ สมณธมฺมํ กโรนฺตา อรหตฺตํ ปตฺวา "ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจสฺสามาติ ปุน สาวตฺถึ อคมํสุ. เต สาวตฺถิโต โยชนมตฺเต เอกสฺมึ คามเก ปิณฺฑาย จรนฺเต ทิสฺวา เอโก อุปาสโก ยาคุภตฺตาทีหิ ปฏิมาเนตฺวา อนุโมทนํ สุตฺวา ปุนทิวสตฺถาย นิมนฺเตสิ. เต ตทเหว สาวตฺถึ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา สายณฺหสมเย สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. สตฺถา เตหิ สทฺธึ อติวิย ตุฏฺฐึ ปเวทยมาโน ปฏิสนฺถารมกาสิ. อถ เนสํ ตตฺถ โอหีโน ๑- สหายภิกฺขุ จินฺเตสิ "สตฺถุ อิเมหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺตสฺส มุขํ นปฺปโหติ, มยฺหํ ปน มคฺคผลาภาเวน มยา สทฺธึ น กเถติ, อชฺเชว อรหตฺตํ ปตฺวา สตฺถารํ มยา สทฺธึ กถาเปสฺสามีติ. เตปิ ภิกฺขู "มยํ อาคมนมคฺเค เอเกน อุปาสเกน สฺวาตนาย นิมนฺติตา ปาโตว ตตฺถ คมิสฺสามาติ สตฺถารํ อปโลเกสุํ. อถ เนสํ สหายภิกฺขุ สพฺพรตฺตึ จงฺกมนฺโต นิทฺทาวเสน จงฺกมนโกฏิยํ เอกสฺมึ ปาสาณผลเก ปติ. อูรุฏฺฐิ

"โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ,

วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ๑- ส ปจฺฉา อนุตปฺปตีติ ชาตกํ ๒- วิตฺถาเรสิ. ตทา กิร เต ภิกฺขู ปญฺจสตา มาณวกา อเหสุํ, กุสีตมาณวโก อยํ ภิกฺขุ อโหสิ, อาจริโย ปน ตถาคโตว อโหสีติ. สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา "ภิกฺขเว โย หิ อุฏฺฐานกาเล อุฏฺฐานํ น กโรติ อวสนฺนสงฺกปฺโป โหติ กุสีโต, โส ฌานาทิเภทํ วิเสสํ นาธิคจฺฉตีติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๕๔๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒๐. มรรควรรค”