นชฺชาติ นทติ สนฺทตีติ นที, ตสฺสา นชฺชา, นทิยา นินฺนคายาติ อตฺโถ. เนรญฺชรายาติ เนลํ ชลมสฺสาติ "เนลญฺชลายา"ติ วตฺตพฺเพ ลการสฺส รการํ กตฺวา "เนรญฺชรายา"ติ วุตฺตํ, กทฺทมเสวาลปณกาทิโทสรหิตสลิลายาติ อตฺโถ. เกจิ "นีลชลายาติ วตฺตพฺเพ เนรญฺชรายาติ วุตฺตนฺ"ติ วทนฺติ. นามเมว วา เอตํ ตสฺสา นทิยาติ เวทิตพฺพํ. ตสฺสา นทิยา ตีเร ยตฺถ ภควา วิหาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ "โพธิรุกฺขมูเล"ติ วุตฺตํ. ตตฺถ "โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณนฺ"ติ ๑- เอตฺถ มคฺคญาณํ โพธีติ วุตฺตํ. "ปปฺโปติ โพธึ วรภูริเมธโส"ติ ๒- เอตฺถ สพฺพญฺญุตญาณํ. ตทุภยมฺปิ โพธึ ภควา เอตฺถ ปตฺโตติ รุกฺโขปิ โพธิรุกฺโขเตฺวว นามํ ลภิ. อถวา สตฺต โพชฺฌงฺเค พุชฺฌีติ ภควา โพธิ, เตน พุชฺฌนฺเตน สนฺนิสฺสิตตฺตา โส รุกฺโขปิ โพธิรุกฺโขติ นามํ ลภิ, ตสฺส โพธิรุกฺขสฺส. มูเลติ สมีเป. อยํ หิ มูลสทฺโท "มูลานิ อุทฺธเรยฺย อนฺตมโส อุสีรนาฬมตฺตานิปี"ติอาทีสุ ๓- มูลมูเล ทิสฺสติ. "โลโภ อกุสลมูลนฺ"ติอาทีสุ ๔- อสาธารณเหตุมฺหิ. "ยาวตา ๕- มชฺฌนฺหิเก กาเล ฉายา ผรติ, นิวาเต ปณฺณานิ ปตนฺติ, เอตฺตาวตา รุกฺขมูลนฺ"ติอาทีสุ สมีเป. อิธาปิ สมีเป อธิปฺเปโต, ตสฺมา โพธิรุกฺขสฺส มูเล สมีเปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ ปฐมํ อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา, สพฺพปฐมํเยวาติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา ธมฺมภณฺฑาคาริเกน อุทานเทสนาย นิทานํ ฐเปนฺเตน กาลเทสเทสกปเทสา สห วิเสเสน ปกาสิตา โหนฺติ.

@๓ องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๑๙๕/๒๒๓ ๔ ที.ปา. ๑๑/๓๐๕/๑๙๓ ๕ สี.,ม. ยาว

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๐๒๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โพธิสูตร ที่ ๑”