@๖ สํ.ส. ๑๕/๒๓๕/๒๔๘ ๗ ก. ปภวติ, สรภูโต
ยสฺมา เจตฺถ "อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี"ติ สงฺเขเปน อุทฺทิฏฺฐสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส "อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา"ติอาทิโก นิทฺเทโส, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว อุปฺปาโท จ เตสํ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยภาโวติ วิญฺญายติ. น หิ อนิรุทฺธตาสงฺขาตํ อตฺถิภาวํ อุปฺปาทญฺจ อนิวตฺตสภาวตาสงฺขาตํ อุทยาวตฺถตาสงฺขาตํ วา "สติ เอว, นาสติ, อุปฺปาทา เอว, น นิโรธา"ติ อนฺโตคธนิยเมหิ วจเนหิ อภิหิตํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ปจฺจยภาโว นาม อตฺถิ, ตสฺมา ยถาวุตฺโต อตฺถิภาโว อุปฺปาโท จ ปจฺจยภาโวติ เวทิตพฺพํ. เยปิ ปฏฺฐาเน อาคตา เหตุอาทโย จตุวีสติปจฺจยา, เตปิ เอตสฺเสว ปจฺจยภาวสฺส วิเสสาติ เวทิตพฺพา. ๑- อิติ ยถา วิตฺถาเรน อนุโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ มนสิ อกาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ "ยทิทํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา"ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส โย อยนฺติ อตฺโถ. อวิชฺชาปจฺจยาติอาทีสุ อวินฺทิยํ กายทุจฺจริตาทึ วินฺทตีติ อวิชฺชา, วินฺทิยํ กายสุจริตาทึ น วินฺทตีติ อวิชฺชา, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวํ อวิทิตํ กโรตีติ อวิชฺชา, อนฺตวิรหิเต สํสาเร ภวาทีสุ สตฺเต ชวาเปตีติ อวิชฺชา, อวิชฺชมาเนสุ ชวติ วิชฺชมาเนสุ น ชวตีติ อวิชฺชา, วิชฺชาย ปฏิปกฺขาติ วา อวิชฺชา, สา "ทุกฺเข อญฺญาณนฺ"ติอาทินา ๒- จตุพฺพิธา เวทิตพฺพา. ปฏิจฺจ น วินา ผลํ เอติ อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จาติ ปจฺจโย, อุปการกตฺโถ วา ปจฺจโย. อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย, ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา. สงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา, โลกิยกุสลากุสลเจตนา, สา ปุญฺญาปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารวเสน ติวิธา เวทิตพฺพา. วิชานาตีติ วิญฺญาณํ, ตํ โลกิยวิปากวิญฺญาณวเสน ทฺวตฺตึสวิธํ. นมตีติ นามํ, เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยํ. รุปฺปตีติ รูปํ, ภูตรูปํ จกฺขฺวาทิอุปาทารูปญฺจ. อายตติ ๓- อายตญฺจ สํสารทุกฺขํ นยตีติ อายตนํ. ผุสตีติ ผสฺโส. เวทิยตีติ เวทนา. อิทมฺปิ ทฺวยํ