อถโข เต อุปาสกา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, สงฺคามชิปิ กุลปุตฺโต ตสฺสา ปริสาย ปริยนฺเต ธมฺมํ สุณนฺโต นิสีทิ. ภควา อนุปุพฺพิกถํ กเถตฺวา จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาเสสิ, สจฺจปริโยสาเน อเนเกสํ ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. สงฺคามชิปิ กุลปุตฺโต โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ปริสาย วุฏฺฐิตาย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ "ปพฺพาเชถ มํ ภควา"ติ. อนุญฺญาโตสิ ปน ตฺวํ มาตาปิตูหิ ปพฺพชฺชายาติ. นาหํ ภนฺเต อนุญฺญาโตติ. น โข สงฺคามชิ ตถาคตา มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ ปพฺพาเชนฺตีติ. โสหํ ภนฺเต ตถา กริสฺสามิ, ยถา มํ มาตาปิตโร ปพฺพชิตุมนุชานนฺตีติ. โส ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา มาตาปิตโร อุปสงฺกมิตฺวา "อมฺมตาตา อนุชานาถ มํ ปพฺพชิตุนฺ"ติ อาห. ตโต ปรํ รฏฺฐปาลสุตฺเต ๑- อาคตนเยน เวทิตพฺพํ.

อถ โส "ปพฺพชิตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสสฺสามี"ติ ปฏิญฺญํ ทตฺวา อนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อลตฺถ โข จ ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทญฺจ, อจิรุปสมฺปนฺโน จ ปน โส อุปริมคฺคตฺถาย ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อญฺญตรสฺมึ อรญฺญาวาเส วสฺสํ วสิตฺวา ฉฬภิญฺโญ หุตฺวา วุตฺถวสฺโส ภควนฺตํ ทสฺสนาย มาตาปิตูนญฺจ ปฏิสฺสวโมจนตฺถํ ๒- สาวตฺถึ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ "เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สงฺคามชิ สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต โหตี"ติ.

โส หิ อายสฺมา ธุรคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาต- ปฏิกฺกนฺโต เชตวนํ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๐๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สังคามชิสูตร”