ตตฺถ น อุทเกน สุจิ โหตีติ เอตฺถ อุทเกนาติ อุทกุมฺมุชฺชนาทินา. อุทกุมฺมุชฺชนาทิ หิ อิธ อุตฺตรปทโลเปน "อุทกนฺ"ติ วุตฺตํ ยถา รูปภโว รูปนฺติ. อถวา อุทเกนาติ อุมฺมุชฺชนาทิกิริยาย สาธนภูเตน อุทเกน สุจิ สตฺตสฺส สุทฺธิ นาม น โหติ, นตฺถีติ อตฺโถ. อถวา สุจีติ เตน ยถาวุตฺเตน อุทเกน สุจิ ปาปมลโต สุทฺโธ นาม สตฺโต น โหติ. กสฺมา? พเหฺวตฺถ นฺหายตี ชโน. ยทิ หิ อุทโกโรหนาทินา ยถาวุตฺเตน ปาปสุทฺธิ นาม สิยา, พหุ เอตฺถ อุทเก ชโน นฺหายติ, มาตุฆาตาทิปาปกมฺมการี อญฺโญ จ โคมหึสาทิโก อนฺตมโส มจฺฉกจฺฉเป อุปาทาย, ตสฺส สพฺพสฺสาปิ ปาปสุทฺธิ สิยา, น ปเนวํ โหติ. กสฺมา? นฺหานสฺส ปาปเหตูนํ อปฺปฏิปกฺขภาวโต. ยํ หิ ยํ วินาเสติ, โส ตสฺส ปฏิปกฺโข ยถา อาโลโก อนฺธการสฺส, วิชฺชา จ อวิชฺชาย, น เอวํ นฺหานํ ปาปสฺส. ตสฺมา นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ "น อุทเกน สุจิ โหตี"ติ.

เยน ปน สุจิ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ "ยมฺหิ สจฺจญฺจา"ติอาทิมาห. ตตฺถ ยมฺหีติ ยสฺมึ ปุคฺคเล. สจฺจนฺติ วจีสจฺจญฺเจว วิรติสจฺจญฺจ. อถวา สจฺจนฺติ ญาณสจฺจญฺเจว ปรมตฺถสจฺจญฺจ. ธมฺโมติ อริยมคฺคธมฺโม ผลธมฺโม จ, โส สพฺโพปิ ยสฺมึ ปุคฺคเล อุปลพฺภติ, โส สุจิ โส จ พฺราหฺมโณติ โส อริยปุคฺคโล วิเสสโต ขีณาสโว อจฺจนฺตสุทฺธิยา สุจิ จ พฺราหฺมโณ จาติ. กสฺมา ปเนตฺถ สจฺจํ ธมฺมโต วิสุํ กตฺวา คหิตํ? สจฺจสฺส พหูปการตฺตา. ตถา หิ "สจฺจํ เว อมตา วาจา. ๑- สจฺจํ หเว สาธุตรํ รสานํ, ๒- สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อาหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา. ๑- สจฺเจ ฐิตา สมณพฺราหฺมณา จา"ติอาทินา ๓- อเนเกสุ สุตฺตปเทสุ สจฺจคุณา ปกาสิตา. สจฺจวิปริยสฺส จ "เอกํ ธมฺมํ

@๓ ขุ.ชา. ๒๘/๓๕๘/๑๔๐ (สฺยา) อตีตสฺส, มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน. ๑- อภูตวาที นิรยํ อุเปตี"ติ ๒- จ อาทินา ปกาสิตาติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๐๙๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. ชฎิลสูตร”