ตตฺถ สกฺกโตติ สกฺกจฺจํ อาทเรน อุปฏฺฐานวเสน สกฺกโต. ครุกโตติ คุณวิเสสยุตฺโตติ อธิปฺปาเยน ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณวเสน ครุกโต. มานิโตติ มนสา สมฺภาวนวเสน มานิโต. ปูชิโตติ ปุปฺผคนฺธาทีหิ ปูชาวเสน ปูชิโต. อปจิโตติ อภิปฺปสนฺนจิตฺเตหิ มคฺคทานอาสนาภิหรณาทิวเสน อปจิโต. ลาภี จีวร ฯเปฯ ปริกฺขารานนฺติ ปณีตปฺปณีตานํ อุปรูปริ อุปนียมานานํ จีวราทีนํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ลภนวเสน ลาภี.
อปโร นโย:- สกฺกโตติ สกฺการปฺปตฺโต. ครุกโตติ ครุการปฺปตฺโต. มานิโตติ พหุมานิโต มนสา ปิยายิโต จ. ปูชิโตติ จตุปจฺจยาภิปูชาย ปูชิโต. อปจิโตติ อปจายนปฺปตฺโต. ยสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกตฺวา สุอภิสงฺขเต ปณีตปฺปณีเต เทนฺติ, โส สกฺกโต. ยสฺมึ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา เทนฺติ, โส ครุกโต, ยํ มนสา ปิยายนฺติ พหุมญฺญนฺติ จ, โส มานิโต. ยสฺส สพฺพเมตํ ๒- ปูชนวเสน กโรนฺติ, โส ปูชิโต. ยสฺส อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานญฺชลิกมฺมาทิวเสน ปรมนิปจฺจการํ กโรนฺติ, โส อปจิโต. พาหิยสฺส ปน เต สพฺพเมตํ ๒- อกํสุ. เตน วุตฺตํ "พาหิโย ทารุจีริโย สุปฺปารเก ปฏิวสติ สกฺกโต"ติอาทิ. เอตฺถ จ จีวรํ โส อคฺคณฺหนฺโตปิ "เอหิ ภนฺเต อิมํ วตฺถํ ปฏิคฺคณฺหาหี"ติ อุปนามนวเสน จีวรสฺสาปิ "ลาภี"เตฺวว วุตฺโต.
รโหคตสฺสาติ รหสิ คตสฺส. ปฏิสลฺลีนสฺสาติ เอกีภูตสฺส พหูหิ มนุสฺเสหิ "อรหา"ติ วุจฺจมานสฺส ตสฺส อิทานิ วุจฺจมานากาเรน เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ จิตฺตสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชิ. กถํ? เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโรติ. ตสฺสตฺโถ:- เย อิมสฺมึ สตฺตโลเก กิเลสารีนํ หตตฺตา ปูชาสกฺการาทีนญฺจ อรหภาเวน อรหนฺโต, เย กิเลสารีนํ ๑- หนเนน อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา, เตสุ อหํ เอโกติ.