@๓ ม.มู. ๑๒/๕๐๓/๔๔๕ ทส โลกา ทสายตนานิ, ทฺวาทส โลกา ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส โลกา อฏฺฐารส ธาตุโย"ติอาทีสุ ๑- สงฺขารโลโก. "สสฺสโต โลโก, อสสฺสโต โลโก"ติ อาทีสุ ๒- สตฺตโลโก วุตฺโต. อิธาปิ สตฺตโลโก เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ โลกียติ วิจิตฺตาการโต ทิสฺสตีติ จกฺกวาฬสงฺขาโต โลโก โอกาสโลโก, สงฺขาโร ลุชฺชติ ปลุชฺชตีติ โลโก, โลกียติ เอตฺถ ปุญฺญปาปํ ตพฺพิปาโก จาติ สตฺตโลโก. เตสุ ภควา มหากรุณาย อนุกมฺปมาโน สํสารทุกฺขโต โมเจตุกาโม สตฺตโลกํ โอโลเกสิ. กตมสฺส ปน สตฺตาหสฺส อจฺจเยน โอโลเกสิ? ปฐมสฺส สตฺตาหสฺส. ภควา หิ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส ปริโยสาเน ปจฺฉิมยามาวสาเน "ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา ฯเปฯ สูริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺขนฺ"ติ ๓- อิมํ อริยมคฺคานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนตฺวา "อหํ ตาว เอวํ สุทุตฺตรํ สํสารมโหฆํ อิมาย ธมฺมนาวาย สมุตฺตริตฺวา นิพฺพานปาเร ฐิโต, หนฺท ทานิ โลกมฺปิ ตาเรสฺสามิ, กีทิโส นุ โข โลโก"ติ โลกํ โวโลเกสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี"ติ

ตตฺถ โวโลเกสีติ วิวิเธหิ อากาเรหิ ปสฺสิ, หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย อตฺตโน ญาเณน ปจฺจกฺขํ อกาสิ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติอาทิ โวโลกิตาการทสฺสนํ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ. ทุกฺขํ หิ สนฺตาปนปีฬนฏฺเฐน สนฺตาโปติ วุจฺจติ. ยถาห "ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ"ติ. ๔- ตญฺจ ทุกฺขํ ทุกฺขาทิวเสน เจว ชาติอาทิวเสน จ อเนกปฺปการํ. เตน วุตฺตํ "อเนเกหิ สนฺตาเปหี"ติ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ สนฺตปฺปมาเน ปีฬิยมาเน พาธิยมาเน.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๓๐๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. โลกสูตร”