ตสฺมึ หิ ทิวเส สาวตฺถิวาสิโน พหู อุปาสกา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อุโปสถงฺคานิ สมาทิยิตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสํฆํ นิมนฺเตตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา มหาทานานิ ปวตฺเตตฺวา ภควนฺตํ ภิกฺขุสํฆญฺจ อนุคนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา อตฺตโน อตฺตโน เคหานิ คนฺตฺวา สยมฺปิ ปริภุญฺชิตฺวา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา สุทฺธุตฺตราสงฺคา คนฺธมาลาทิหตฺถา วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ ปูเชตฺวา เกจิ มโนภาวนีเย ภิกฺขู ปยิรุปาสนฺตา เกจิ โยนิโสมนสิกโรนฺตา ทิวสภาคํ วีตินาเมสุํ. เต สายณฺหสมเย ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สตฺถริ ธมฺมสภามณฺฑปโต ปฏฺฐาย คนฺธกุฏิสมีเป อชฺโฌกาเส ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺเน, ภิกฺขุสํเฆ จ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสนฺเต อุโปสถวิโสธนตฺถญฺเจว โยนิโสมนสิการปริพฺรูหนตฺถญฺจ นครํ อคนฺตฺวา วิหาเรเยว วสิตุกามา โอหียึสุ. อถ เต ภควโต ภิกฺขุสํฆสฺส จ ปูชากรณตฺถํ พหู เตลปฺปทีเป อาโรเปตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขุสํฆสฺส จ

ตตฺถ อธิปาตกาติ ปฏงฺคปาณกา เย "สลภา"ติปิ วุจฺจนฺติ. เต หิ ทีปสิขํ อธิปตนโต "อธิปาตกา"ติ อธิปฺเปตา. อาปาตปริปาตนฺติ อาปาตํ ปริปาตํ, อาปติตฺวา อาปติตฺวา ปริปติตฺวา ปริปติตฺวา, อภิมุขปาตญฺเจว ปริพฺภมิตฺวา ปาตญฺจ กตฺวาติ อตฺโถ. "อาปาเถ ปริปาตนฺ"ติ เกจิ ปฐนฺติ, อาปาเถ ปทีปสฺส อตฺตโน อาปาถคมเน สติ ปริปติตฺวา ปริปติตฺวาติ อตฺโถ. อนยนฺติ อวุฑฺฒึ ทุกฺขํ. พฺยสนนฺติ วินาสํ. ปุริมปเทน หิ มรณมตฺตํ ทุกฺขํ, ปจฺฉิมปเทน มรณํ เตสํ ทีเปติ. ตตฺถ เกจิ ปาณกา สห ปตเนน มรึสุ, เกจิ มรณมตฺตํ ทุกฺขํ อาปชฺชึสุ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๕๒๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. อุปาติสูตร”