ปสฺสถ โนติ ปสฺสถ นุ. น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา, ยา เตน ภิกฺขุนา อสมาปนฺนปุพฺพาติ รูปสมาปตฺติ อรูปสมาปตฺติ พฺรหฺมวิหารสมาปตฺติ นิโรธสมาปตฺติ ผลสมาปตฺตีติ เอวํ ปเภทา สาวกสาธารณา ยา กาจิ สมาปตฺติโย นาม, ตาสุ เอกาปิ สมาปตฺติ น สุลภรูปา, ทุลฺลภา, นตฺถิเยว สา เตน ลกุณฺฏกภทฺทิเยน ภิกฺขุนา อสมาปนฺนปุพฺพา. เอเตนสฺส ยํ วุตฺตํ "มหิทฺธิโก มหานุภาโว"ติ, ตตฺถ มหิทฺธิกตํ ปกาเสตฺวา อิทานิ มหานุภาวตํ ปกาเสตุํ ๑- "ยสฺส จตฺถายา"ติอาทิมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ ภควา "เอโส ภิกฺขเว ภิกฺขู"ติอาทินา "ภิกฺขเว อยํ ภิกฺขุ น โย วา โส วา ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสิโก โอโกฏิมโกติ ภิกฺขูนํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉตีติ จ เอตฺตเกน น โอญาตพฺโพ, อถ โข มหิทฺธิโก มหานุภาโว, ยงฺกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ, สพฺพนฺตํ เตน อนุปฺปตฺตํ, ตสฺมา ตํ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กตฺวา โอโลเกถ, ๒- ตํ โว ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี"ติ ทสฺเสติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต ลกุณฺฏกภทฺทิยสฺส มหิทฺธิกตามหานุภาวตาทิเภทํ คุณราสึ สพฺพาการโต ชานิตฺวา ตทตฺถทีปกํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ เนลงฺโคติ เอลํ วุจฺจติ โทโส, นาสฺส เอลนฺติ เนลํ. กิมฺปน ตํ? สุปริสุทฺธสีลํ. ๑- ตํ หิ นิทฺโทสฏฺเฐน อิธ "เนลนฺ"ติ อธิปฺเปตํ. ตํ เนลํ ปธานภูตํ องฺคํ เอตสฺสาติ เนลงฺโค. โส ยํ "รโถ"ติ วกฺขติ, เตน สมฺพนฺโธ, ตสฺมา สุปริสุทฺธสีลงฺโคติ อตฺโถ. อรหตฺตผลสีลํ หิ อิธาธิปฺเปตํ. เสโต ปจฺฉาโท เอตสฺสาติ เสตปจฺฉาโท. ปจฺฉาโทติ รถสฺส อุปริ อตฺถริตพฺพกมฺพลาทิ. โส ปน สุปริสุทฺธธวลภาเวน เสโต วา โหติ รตฺตนีลาทีสุ วา อญฺญตโร. อิธ ปน อรหตฺตผลวิมุตฺติยา อธิปฺเปตตฺตา สุปริสุทฺธภาวํ อุปาทาย "เสตปจฺฉาโท"ติ วุตฺตํ ยถา อญฺญตฺราปิ "รโถ สีลปริกฺขาโร"ติ. ๒- เอโก สติสงฺขาโต อโร เอตสฺสาติ เอกาโร. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. รโถติ เถรสฺส อตฺตภาวํ สนฺธาย วทติ.