ตสฺส กิร คามสฺส พหิ ภควโต อาคมนมคฺเค พฺราหฺมณานํ ปริโภคภูโต เอโก อุทปาโน อโหสิ. ตํ ฐเปตฺวา ตตฺถ สพฺพานิ กูปตฬากาทีนิ อุทกฏฺฐานานิ ตทา วิสุกฺขานิ นิรุทกานิ อเหสุํ. อถ ถูเณยฺยกา รตนตฺตเย อปฺปสนฺนา มจฺเฉรปกตา ภควโต อาคมนํ สุตฺวา "สเจ สมโณ โคตโม สสาวโก อิมํ คามํ ปวิสิตฺวา ทฺวีหตีหํ วเสยฺย, สพฺพํ อิมํ ชนํ อตฺตโน วจเน ฐเปยฺย, ตโต พฺราหฺมณธมฺโม ปติฏฺฐํ น ลเภยฺยา"ติ ตตฺถ ภควโต อาสาย ปริสกฺกนฺตา "อิมสฺมึ คาเม อญฺญตฺถ อุทกํ นตฺถิ, อมุํ อุทปานํ อปริโภคํ กริสฺสาม, เอวํ สมโณ โคตโม สสาวกสํโฆ ๒- อิมํ คามํ น ปวิสิสฺสตี"ติ สมฺมนฺตยิตฺวา สพฺเพ คามวาสิโน สตฺตาหสฺส อุทกํ คเหตฺวา จาฏิอาทีนิ ปูเรตฺวา อุทปานํ ติเณน จ ภุเสน จ ปิทหึสุ. เตน วุตฺตํ "อุทปานํ ติณสฺส จ ภุสสฺส จ ยาว มุขโต มุขโต ปูเรสุํ, `มา เต มุณฺฑกา สมณกา ปานียํ อปํสู'ติ" .
ตตฺถ มุณฺฑกา สมณกาติ มุณฺเฑ ๓- "มุณฺฑา"ติ สมเณ ๔- "สมณา"ติ วตฺตุํ วฏฺเฏยฺย, เต ปน ขุํสนาธิปฺปาเยน หีเฬนฺตา เอวมาหํสุ. มาติ ปฏิเสเธ,
ตตฺถ อิทานีติ อธุนา, อมฺหากํ อาคมนเวลายเมวาติ อตฺโถ. เอโส ภนฺเต อุทปาโนติ ปฐนฺติ. เถโร ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยวาเร "น โข ตถาคตา ติกฺขตฺตุํ ปจฺจนีกา กาตพฺพา, การณํ ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ ทีฆทสฺสินา"ติ มหาราชทตฺติยํ ภควโต ปตฺตํ คเหตฺวา อุทปานํ อคมาสิ. คจฺฉนฺเต เถเร อุทปาเน อุทกํ ปริปุณฺณํ หุตฺวา อุตฺตริตฺวา สมนฺตโต สนฺทติ, สพฺพํ ติณํ ภุสญฺจ อุปลวิตฺวา สยเมว อปคจฺฉิ. เตน จ สนฺทมาเนน สลิเลน อุปรูปริ วฑฺฒนฺเตน ตสฺมึ คาเม สพฺเพว โปกฺขรณีอาทโย ชลาสยา วิสุกฺขา ปริปูรึสุ, ตถา ปริขากุสุพฺภนินฺนาทีนิ จ. สพฺโพ คามปฺปเทโส มโหเฆน อชฺโฌตฺถโฏ มหาวสฺสกาเล วิย อโหสิ. กุมุทุปฺปลปทุมปุณฺฑรีกาทีนิ ชลชปุปฺผานิ ตตฺถ ตตฺถ อุพฺภิชฺชิตฺวา วิกสมานานิ อุทกํ สญฺฉาทึสุํ. สเรสุ หํสโกญฺจจกฺกวากการณฺฑวพกาทโย อุทกสกุณิกา วสฺสมานา ตตฺถ ตตฺถ วิจรึสุ. ถูเณยฺยกา ตํ มโหฆํ ตถา อุตฺตรนฺตํ สมนฺตโต วีจิตรงฺคสมากุลํ ปริยนฺตโต สมุฏฺฐหมานํ รุจิรํ เผณุพุพฺพุฬกํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาตา เอวํ สมฺมนฺเตสุํ "มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อุทกุปจฺเฉทํ กาตุํ วายมิมฺหา, อยมฺปน มโหโฆ ตสฺส