@๓ สี. อุปลภมาโนปิ ๔-๔ ฉ.ม. โสตินฺทฺริเยปิ วตฺตุมรหตีติ

ตตฺถ อตฺถีติ วิชฺชติ, ปรมตฺถโต อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. ภิกฺขเวติ เตสํ ภิกฺขูนํ อาลปนํ. นนุ จ อุทานํ นาม ปีติโสมนสฺสสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมสํเวคสมุฏฺฐาปิโต วา ธมฺมปฏิคฺคาหกนิรเปกฺโข อุทาหาโร, ตถา เจว เอตฺตเกสุ สุตฺเตสุ อาคตํ, อิธ กสฺมา ภควา อุทาเนนฺโต เต ภิกฺขู อามนฺเตสีติ? เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญาปนตฺถํ. นิพฺพานปฏิสํยุตฺตํ หิ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสตฺวา นิพฺพานคุณานุสฺสรเณน อุปฺปนฺนปีติโสมนสฺโส อุทานํ อุทาเนสิ. อิธ นิพฺพานวชฺโช สพฺโพ สภาวธมฺโม ปจฺจยายตฺตวุตฺติโกว อุปลพฺภติ, น ปจฺจยนิรเปกฺโข. อยมฺปน นิพฺพานธมฺโม กตมปจฺจเย อุปลพฺภตีติ เตสํ ภิกฺขูนํ เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เต จ สญฺญาเปตุกาโม "อตฺถิ ภิกฺขเว ตทายตนนฺ"ติอาทิมาห, น เอกนฺตโตว เต ปฏิคฺคาหเก กตฺวาติ เวทิตพฺพํ. ตทายตนนฺติ ตํ การณํ, ทกาโร ปทสนฺธิกโร. นิพฺพานํ หิ มคฺคผลญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภาวโต รูปาทีนิ วิย จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณปจฺจยภูตานีติ การณฏฺเฐน "อายตนนฺ"ติ วุจฺจติ. เอตฺตาวตา จ ภควา เตสํ ภิกฺขูนํ อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต อตฺถิภาวํ ปเวเทสิ.

ตตฺรายํ ธมฺมนฺวโย:- อิธ สงฺขตธมฺมานํ วิชฺชมานตฺตา อสงฺขตายปิ ธาตุยา ภวิตพฺพํ ตปฺปฏิปกฺขตฺตา สภาวธมฺมานํ. ยถา หิ ทุกฺเข วิชฺชมาเน ตปฺปฏิปกฺขภูตํ สุขมฺปิ วิชฺชติเยว, ตถา อุเณฺห วิชฺชมาเน สีตมฺปิ วิชฺชติ, ปาปธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ กลฺยาณธมฺมาปิ วิชฺชนฺติ เอว. วุตฺตเญฺหตํ:-

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๕๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. นิพพานสูตร ที่ ๑”