๖. ปาฏลิคามิยสูตร
๖. ปาฏลิคามิยสุตฺตวณฺณนา
[๗๖] ฉฏฺเฐ มคเธสูติ มคธรฏฺเฐ. มหตาติ อิธาปิ คุณมหตฺเตนปิ อปริจฺฉินฺนสงฺขฺยตฺตา คณนมหตฺเตนปิ มหตา ภิกฺขุสํเฆน. ปาฏลิคาโมติ เอวํนามโก มคธรฏฺเฐ เอโก คาโม. ตสฺส กิร คามสฺส มาปนทิวเส คามคฺคหณฏฺฐาเน ๑- เทฺว ตโย ปาฏลงฺกุรา ปฐวิโต อุพฺภิชฺชิตฺวา นิกฺขมึสุ. เตน ตํ "ปาฏลิคาโม"เตฺวว โวหรึสุ. ตทวสรีติ ตํ ปาฏลิคามํ อวสริ อนุปาปุณิ. กทา ปน ภควา ปาฏลิคามํ อนุปาปุณิ? เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สาวตฺถิยํ ธมฺมเสนาปติโน เจติยํ การาเปตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ราชคเห วสนฺโต ตตฺถ อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส จ เจติยํ การาเปตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา อมฺพลฏฺฐิกายํ วสิตฺวา อตุริตจาริกาวเสน ชนปทจาริกํ จรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ เอกรตฺติวาเสน วสิตฺวา โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต อนุกฺกเมน ปาฏลิคามํ อนุปาปุณิ.
ปาฏลิคามิยาติ ปาฏลิคามวาสิโน อุปาสกา. เต กิร ภควโต ปฐมทสฺสเนน เกจิ สรเณสุ, เกจิ สีเลสุ, เกจิ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐิตา. เตน วุตฺตํ "อุปาสกา"ติ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสู"ติ ปาฏลิคาเม กิร อชาตสตฺตุโน ลิจฺฉวิราชูนญฺจ มนุสฺสา กาเลน กาลํ คนฺตฺวา เคหสามิเก เคหโต นีหริตฺวา มาสมฺปิ อฑฺฒมาสมฺปิ วสนฺติ. เตน ปาฏลิคามวาสิโน มนุสฺสา นิจฺจุปทฺทุตา "เอเตสญฺเจว อาคตกาเล วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตี"ติ เอกปสฺเส อิสฺสรานํ ภณฺฑปฏิสามนฏฺฐานํ, เอกปสฺเส วสนฏฺฐานํ, เอกปสฺเส อาคนฺตุกานํ อทฺธิกมนุสฺสานํ, เอกปสฺเส ทลิทฺทานํ กปณมนุสฺสานํ, เอกปสฺเส คิลานานํ วสนฏฺฐานํ ภวิสฺสตีติ สพฺเพสํ อญฺญมญฺญํ อฆฏฺเฏตฺวา วสนปฺปโหนกํ นครมชฺเฌ มหตึ สาลํ กาเรสุํ, ตสฺสา นามํ อาวสถาคารนฺติ. ตํทิวสญฺจ นิฏฺฐานํ อคมาสิ.