@๒ ก. ภิกฺขาจารกาลํ ๓ สี. อาทิสฺส กโรนฺติ สุฏฺฐุ อารกฺขํ กโรนฺติ. มานิตา มานยนฺตีติ กาลานุกาลํ ๑- พลิกมฺมกรเณน มานิตา "เอเต มนุสฺสา อมฺหากํ ญาตกาปิ น โหนฺติ, ตถาปิ จตุปญฺจฉมาสนฺตรํ โน พลิกมฺมํ กโรนฺตี"ติ มาเนนฺติ อุปฺปนฺนปริสฺสยํ หรนฺติ. ๒- ตโต นนฺติ ตโต ตํ ปณฺฑิตชาติกํ ปุริสํ. โอรสนฺติ อุเร ฐเปตฺวา สํวฑฺฒิตํ, ๓- ยถา มาตา โอรสํ ปุตฺตํ อนุกมฺปติ, อุปฺปนฺนปริสฺสยหรณตฺถเมวสฺส ยถา วายมติ, เอวํ อนุกมฺปนฺตีติ อตฺโถ. ภทฺรานิ ปสฺสตีติ สุนฺทรานิ ปสฺสติ.

อนุโมทิตฺวาติ เตหิ ตทา ปสุตฺปุญฺญสฺส อนุโมทนวเสน เตสํ ธมฺมกถํ กตฺวา. สุนีธวสฺสการาปิ "ยา ตตฺถ เทวตา อาสุํ, ตาสํ ทกฺขิณมาทิเส"ติ ภควโต วจนํ สุตฺวา เทวตานํ ปตฺตึ อทํสุ. ตํ โคตมทฺวารํ นาม อโหสีติ ตสฺส นครสฺส เยน ทฺวาเรน ภควา นิกฺขมิ, ตํ โคตมทฺวารํ นาม อโหสิ. คงฺคาย ปน อุตฺตรณตฺถํ อโนติณฺณตฺตา ๔- โคตมติตฺถํ นาม นาโหสิ. ๕- ปูราติ ปุณฺณา. สมติตฺติกาติ ตฏสมํ อุทกสฺส ติตฺตา ภริตา. กากเปยฺยาติ ตีเร ฐิตกาเกหิ ปาตุํ สกฺกุเณยฺยอุทกา. ทฺวีหิปิ ปเทหิ อุภโตกูเล ชลปริปุณฺณภาวเมว ๖- ทสฺเสติ. อุฬุมฺปนฺติ ปารคมนตฺถาย ทารูนิ สงฺฆาเฏตฺวา อาณิโย โกฏฺเฏตฺวา กตํ. กุลฺลนฺติ เวฬุทณฺฑาทิเก ๗- วลฺลิอาทีหิ พนฺธิตฺวา กตํ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ มหาชนสฺส คงฺโคทกมตฺตตสฺสปิ เกวลํ ตริตุํ อสมตฺถตํ, อตฺตโน ปน ภิกฺขุสํฆสฺส จ อติคมฺภีรวิตฺถตํ สํสารมหณฺณวํ ตริตฺวา ฐิตภาวญฺจ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถปริทีปนํ อิมํ อทานํ อุทาเนสิ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๖๑๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาฏลิคามิยสูตร”