ปาฏิโภโคติ ปฏิภู. โส หิ ธารณกํ ปฏิจฺจ ธนิกสฺส, ธนิกํ ปฏิจฺจ ธารณกสฺส ปฏินิธิภูโต ธนิกสนฺตกสฺส ตโต หรณาทิสงฺขาเตน ภุญฺชเนน โภโคติ ปฏิโภโค, ปฏิโภโค เอว ปาฏิโภโค. อนาคามิตายาติ อนาคามิภาวตฺถาย. ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน หิ กามภวสฺส อนาคมนโต อนาคามี, โย ยสฺส ธมฺมสฺส อธิคเมน อนาคามีติ วุจฺจติ, สผโล โส ตติยมคฺโค อนาคามิตา ๑- นาม. อิติ ภควา เวเนยฺยทมนกุสโล เวเนยฺยชฺฌาสยานุกูลํ ตติยมคฺคาธิคมํ ลหุนา อุปาเยน เอกธมฺมปูรณตามตฺเตน ถิรํ ๒- กตฺวา ทสฺเสสิ ยถา ตํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ภินฺนภูมิกาปิ หิ ปฏิฆสํโยชนาทโย ตติยมคฺควชฺฌา กิเลสา กามราคปฺปหานํ นาติวตฺตนฺตีติ.

กสฺมา ปเนตฺถ ภควา อตฺตานํ ปาฏิโภคภาเว ฐเปสิ? เตสํ ภิกฺขูนํ อนาคามิมคฺคาธิคมาย อุสฺสาหชนนตฺถํ. ปสฺสติ หิ ภควา "มยา `เอกธมฺมํ ภิกฺขเว ปชหถ, อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา'ติ วุตฺเต อิเม ภิกฺขู อทฺธา ตํ เอกธมฺมํ ปหาย สกฺกา ตติยภูมึ สมธิคนฺตุํ, ยโต ธมฺมสฺสามิ ปฐมมาห `อหํ ปาฏิโภโค'ติ อุสฺสาหชาตา ตทตฺถาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี"ติ. ตสฺมา อุสฺสาหชนนตฺถํ อนาคามิตาย เตสํ ภิกฺขูนํ อตฺตานํ ปฏิโภคภาเว ฐเปสิ.

กตมํ เอกธมฺมนฺติ เอตฺถ กตมนฺติ ปุจฺฉาวจนํ. ปุจฺฉา จ นาเมสา ปญฺจวิธา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ. ตตฺถ ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ, ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตตฺถาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา. ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ, โส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๖๙๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. โลภสูตร”