เอตฺถ จ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี, อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี, น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี, น อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามีติ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. กถํ? โย อวิหโต ปฏฺฐาย จตฺตาโร เทวโลเก โสเธตฺวา อกนิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา ตโย เทวโลเก โสเธตฺวา สุทสฺสีเทวโลเก ฐตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี นาม. โย อิโต อกนิฏฺฐเมว คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา จตูสุ เทวโลเกสุ ฐตฺวา ๑- ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี นามาติ.

ตตฺถ อวิเหสุ อุปฺปชฺชิตฺวา กปฺปสตโต อุทฺธํ ปรินิพฺพายิโก, ทฺวินฺนํ กปฺปสตานํ มตฺถเก ปรินิพฺพายิโก, ปญฺจกปฺปสเต อสมฺปตฺเต ๒- ปรินิพฺพายิโกติ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน. วุตฺตํ เหตํ "อุปปนฺนํ วา สมนนฺตรา อปฺปตฺตํ วา เวมชฺฌนฺ"ติ. ๓- วาสทฺเทน หิ ปตฺตมตฺโตปิ สงฺคหิโตติ. เอวํ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี เอโก อุทฺธํโสโต. เตสุ อสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจ, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจาติ ทส โหนฺติ. ตถา อตปฺปาสุทสฺสาสุทสฺสีสูติ จตฺตาโร ทสกา จตฺตารีสํ. อกนิฏฺเฐ ปน อุทฺธํโสตสฺส อภาวโต ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายีติ อสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโร, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโรติ อฏฺฐ, เอวเมเต อฏฺฐจตฺตารีสํ อนาคามิโน. เต สพฺเพปิ อิเมสุ สุตฺเตตุ อวิเสสวจเนน คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๗๒๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มานสูตร”