"หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี"ติ ๒- นิมิชาตเก อตฺตทมนวเสน กเต อฏฺฐงฺคิกอุโปสเถ. "อิทํ โข ปน ปญฺจสิข พฺรหฺมจริยํ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย ฯเปฯ อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค"ติ มหาโควินฺทสุตฺเตเยว อริยมคฺเค. "ตยิทํ พฺรหฺมจริยํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ วิตฺถาริกํ พาหุชญฺญํ ปุถุภูตํ ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตนฺ"ติ ๓- ปาสาทิกสุตฺเต สิกฺขตฺตยสงฺคเห สกลสฺมึ สาสเน. อิธาปิ อริยมคฺเค สาสเน จ วตฺตติ.

วุสฺสตีติ วสียติ, จรียตีติ อตฺโถ. ชนกุหนตฺถนฺติ "อโห อยฺโย สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน อปฺปิจโฉ สนฺตุฏฺโฐ มหิทฺธิโก มหานุภาโว"ติอาทินา ชนสฺส สตฺตโลกสฺส วิมฺหาปนตฺถํ. ชนลปนตฺถนฺติ "เอวรูปสฺส นาม อยฺยสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตี"ติ ปสนฺนจิตฺเตหิ "เกนตฺโถ, กึ อาหรียตู"ติ มนุสฺเสหิ วทาปนตฺถํ. ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถนฺติ ยวฺายํ "อากงฺเขยฺย เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ `ลาภี อสฺสํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานนฺ'ติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี"ติ ๔- สีลานิสํสภาเวน วุตฺโต จตุปจฺจยลาโภ, โย จ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ สกฺกจฺจทานสงฺขาโต อาทรพหุมานครุกรณสงฺขาโต จ สกฺกาโร, โย จ "สีลสมฺปนฺโน พหุสฺสุโต สุตธโร อารทฺธวีริโย"ติอาทินา นเยน อุคฺคตภุติโฆสสงฺขาโต สิโลโก พฺรหฺมจริยํ จรนฺตานํ ทิฏฺฐธมฺมิโก อานิสํโส, ตทตฺถํ. อิติ มํ ชโน

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๘๑๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. นกุหนาสูตร ที่ ๑”