@๓ ที.ปา. ๑๑/๑๗๕/๑๐๘ ๔ ม.มู. ๑๒/๖๕/๔๓ ชานาตูติ "เอวํ พฺรหฺมจริยวาเส สติ `อยํ สีลวา กลฺยาณธมฺโม'ติอาทินา มํ ชโน ชานาตุ สมฺภาเวตู"ติ อตฺตโน สนฺตคุณวเสน สมฺภาวนตฺถมฺปิ น อิทํ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ สมฺพนฺโธ.

เกจิ ปน "ชนกุหนตฺถนฺ"ติ ปาปิจฺฉสฺส อิจฺฉาปกตสฺส สโต สามนฺตชปฺปนอิริยาปถนิสฺสิตปจฺจยปฺปฏิเสวนสงฺขาเตน ติวิเธน กุหนวตฺถุนา กุหนภาเวน ชนสฺส วิมฺหาปนตฺถํ. ชนลปนตฺถนฺติ ปาปิจฺฉสฺเสว สโต ปจฺจยตฺถํ ปริกโถภาสาทิวเสน ลปนภาเวน อุปลาปนภาเวน วา ชนสฺส ลปนตฺถํ. ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถนฺติ ปาปิจฺฉสฺเสว สโต ลาภาทิครุตาย ๑- ลาภสกฺการสิโลกสงฺขาตสฺส อานิสํสอุทยสฺส นิปฺผาทนตฺถํ. อิติ มํ ชโน ชานาตูติ ปาปิจฺฉสฺเสว สโต อสนฺตคุณสมฺภาวนาธิปฺปาเยน `อิติ เอวํ มํ ชโน ชานาตู'ติ น อิทํ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี"ติ เอวเมตฺถ อตฺถํ วทนฺติ. ปุริโมเยว ปน อตฺโถ สารตโร.

อถ โขติ เอตฺถ อถาติ อญฺญทตฺเถ นิปาโต, โขติ อวธารเณ. เตน กุหนาทิโต อญฺญทตฺถาเยว ปน อิทํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ ปโยคํ ๒- ทสฺเสนฺโต "สํวรตฺถญฺเจว ปหานตฺถญฺจา"ติ อาห. ตตฺถ ปญฺจวิโธ สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ.

ตตฺถ "อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต"ติ ๓- หิ อาทินา นเยน อาคโต อยํ ปาติโมกฺขสํวโร นาม, โย สีลสํวโรติ จ ปวุจฺจติ. "รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี"ติ ๔- อาคโต อยํ สติสํวโร.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๘๑๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. นกุหนาสูตร ที่ ๑”