อปิจ โย มาตาปิตโร ตีสุ วตฺถูสุ ปสาทุปฺปาทเนน สีลสมาทาปเนน ปพฺพชฺชาย วา อุฏฺฐหติ, อยํ อิธ ๑- มาตาปิตุอุปฏฺฐากานํ อคฺโค, ตสฺส ตํ มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ มาตาปิตูหิ กตสฺส อุปการสฺส ปจฺจุปการภูตํ อเนเกสํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ สมฺปรายิกานญฺจ อตฺถานํ ปทฏฺฐานโต มงฺคลนฺติ วุจฺจติ.
ปุตฺตทารสฺสาติ เอตฺถ อตฺตนา ๒- ชาตา ปสุตา ๓- ปุตฺตาปิ ธีตโรปิ ปุตฺตาเตฺวว สงฺขยํ คจฺฉนฺติ. ทาราติ วีสติยา ภริยานํ ยากาจิ ภริยา. ปุตฺตา จ ทารา จ ปุตฺตทารํ, ตสฺส ปุตฺตทารสฺส. สงฺคโหติ สมฺมานนาทีหิ อุปการกรณํ. ตํ สุสํวิหิตกมฺมนฺตตาทิทิฏฺฐธมฺมิกหิตเหตุโต ๔- มงฺคลนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา "ปจฺฉิมา ทิสา ปุตฺตทารา เวทิตพฺพา"ติ ๕- เอตฺถ อุทฺทิฏฺฐํ ปุตฺตทารํ ภริยาสทฺเทน สงฺคณฺหิตฺวา "ปญฺจหิ โข คหปติปุตฺต ฐาเนหิ สามิเกน ปจฺฉิมา ทิสา ภริยา ปจฺจุปฏฺฐาตพฺพา สมฺมานนาย อวิมานนาย ๖- อนติจริยาย อิสฺสริยโวสฺสคฺเคน อลงฺการานุปฺปทาเนน. อิเมหิ โข คหปติปุตฺต ปญฺจหิ ฐาเนหิ สามิเกน ปจฺฉิมา ทิสา ภริยา ปจฺจุปฏฺฐิตา ปญฺจหิ ฐาเนหิ สามิกํ อนุกมฺปติ, สุสํวิหิตกมฺมนฺตา จ โหติ สุสงฺคหิตปริชนา จ, อนติจารินี จ สมฺภตมนุรกฺขติ, ๗- ทกฺขา จ โหติ อนลสา สพฺพกิจฺเจสู"ติ. ๕- อยํ วา อปโร นโย:- สงฺคโหติ ธมฺมิกาหิ ทานปิยวจนตฺถจริยาหิ ๘- สงฺคณฺหนํ. เสยฺยถีทํ? อุโปสถทิวเสสุ ปริพฺพยทานํ นกฺขตตทิวเสสุ นกฺขตฺตทสฺสาปนํ มงฺคลทิวเสสุ มงฺคลกรณํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเกสุ อตฺเถสุ โอวาทานุสาสนนฺติ. ตํ ปุพฺพนเยเนว ๙- ทิฏฺฐธมฺมิกหิตเหตุโต ธมฺมิกตฺตา ๑๐- สมฺปรายิกหิตเหตุโต เทวตาหิปิ นมสฺสนียภาวเหตุโต จ มงฺคลนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถาห สกฺโก เทวานมินฺโท:-
"เย คหฏฺฐา ปุญฺญกรา, สีลวนฺโต อุปาสกา.
ธมฺเมน ทารํ โปเสนฺติ, เต นมสฺสามิ มาตลี"ติ. ๑๑-