อนฺธตมนฺติ อนฺธภาวกรํ ตมํ. ยนฺติ ยตฺถ. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ ปจฺจตฺตวจนํ, ยสฺมึ กาเล โลโภ สหเต อภิภวติ นรํ, อนฺธตมํ ตทา โหตีติ. ยนฺติ วา การณวจนํ, ยสฺมา โลโภ อุปฺปชฺชมาโน นรํ สหเต อภิภวติ, ตสฺมา อนฺธตมํ ตทา โหตีติ โยชนา ยตสทฺทานํ เอกนฺตสมฺพนฺธภาวโต. อถ วา ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, "โลโภ สหเต"ติ เอตฺถ ยเทตํ โลภสฺส สหนํ อภิภวนํ
โย จ โลภํ ปหนฺตฺวานาติ โย ปุพฺพภาเค ตทงฺควเสน จ วิกฺขมฺภนวเสน จ ยถารหํ สมถวิปสฺสนาหิ โลภํ ปชหิตฺวา ตถา ปชหนเหตุ โลภเนยฺเย ทิพฺเพปิ รูปาทิเก อุปฏฺฐิเต น ลุพฺภติ, พลววิปสฺสนานุภาเวน โลโภ ปหียเต ตมฺหาติ ตสฺมา อริยปุคฺคลา อริยมคฺเคน โลโภ ปหียติ ปชหียติ, อจฺจนฺตเมว ปริจฺจชียติ. ยถา กึ? อุทพินฺทูว โปกฺขราติ ปทุมินิปณฺณโต อุทกพินฺทุ วิย. เสสคาถานมฺปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตถา โทสสฺส:-