ยโต โขติ ปจฺจตฺเต นิสฺสกฺกวจนํ, ยํ โขติ วุตฺตํ โหติ. เตน "ตุฏฺโฐ โหตี"ติ วุตฺตกิริยํ ปรามสติ. ตุฏฺโฐติ สนฺตุฏฺโฐ. อิทมสฺสาหนฺติ ยฺวายํ จตุพฺพิเธน ยถาวุตฺเตน ปจฺจเยน อปฺเปน สุลเภน สนฺโตโส, อิทํ อิมสฺส ภิกฺขุโน สีลสํวราทีสุ อญฺญตรํ เอกํ สามญฺญงฺคํ สมณภาวกรณนฺติ อหํ วทามิ. สนฺตุฏฺฐสฺส หิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ สุปริปุณฺณํ โหติ, สมถวิปสฺสนา จ ภาวนา ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. อถ วา สามญฺญํ นาม อริยมคฺโค. ตสฺส สงฺเขปโต เทฺว องฺคานิ พาหิรํ อชฺฌตฺติกนฺติ. ตตฺถ พาหิรํ สปฺปุริสูปนิสฺสโย สทฺธมฺมสฺสวนญฺจ, อชฺฌตฺติกํ ปน โยนิโสมนสิกาโร ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ จ. เตสุ ยสฺมา ยถารหํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติภูตา ตสฺสา มูลภูตา เจเต ธมฺมา, ยทิทํ อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา ปวิวิตฺตตา อสํสฏฺฐตา อารทฺธวีริยตาติ เอวมาทโย, ตสฺมา วุตฺตํ "อิทมสฺสาหํ อญฺญตรํ สามญฺญงฺคนฺติ วทามี"ติ.

คาถาสุ เสนาสนมารพฺภาติ วิหาราทึ มญฺจปีฐาทิญฺจ เสนาสนํ นิสฺสาย. จีวรํ ปานโภชนนฺติ นิวาสนาทิจีวรํ อมฺพปานกาทิปานํ ขาทนียโภชนียาทิภุญฺชิตพฺพวตฺถุญฺจ อารพฺภาติ สมฺพนฺโธ. วิฆาโต วิหตภาโว ๑- เจโตทุกฺขํ น โหตีติ โยชนา. อยํ เหตฺถ สงฺเขปตฺโถ:- "อมุกสฺมึ นาม อาวาเส ปจฺจยา สุลภา"ติ ลภิตพฺพฏฺฐานคมเนน วา "มยฺหํ ปาปุณาติ น ตุยฺหนฺ"ติ วิวาทาปชฺชเนน วา นวกมฺมกรณาทิวเสน วา เสนาสนาทีนิ ปริเยสนฺตานํ อสนฺตุฏฺฐานํ อิจฺฉิตลาภาทินา โย วิฆาโต จิตฺตสฺส โหติ, โส ตตฺถ สนฺตุฏฺฐสฺส น โหตีติ. ทิสา นปฺปฏิหญฺญตีติ สนฺตุฏฺฐิยา จาตุทฺทิสภาเวน ทิสา นปฺปฏิหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ:-

"จาตุทฺทิโส อปฺปฏิโฆ จ โหติ

สนฺตุสฺสมาโน อิตรีตเรนา"ติ. ๒-

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๒๓๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. จัตตาริสูตร”