อปิจ ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห เมตฺตาภาวนา กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณา ปฏิสงฺขานพหุลตา กลฺยาณมิตฺตตา สปฺปายกถาติ. โอทิสฺสกาโนทิสฺสกทิสาผรณานํ หิ อญฺญตรวเสน เมตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสปิ พฺยาปาโท ปหียติ, โอธิโสอโนธิโสทิสาผรณวเสน เมตฺตํ ภาเวนฺตสฺสปิ พฺยาปาโท ปหียติ, "ตฺวํ เอตสฺส กุทฺโธ กึ กริสฺสติ, กิมสฺส สีลาทีนิ วินาเสตุํ สกฺขิสฺสสิ, นนุ ตฺวํ อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสสิ, ปรสฺส กุชฺฌนํ นาม วีตจฺจิตงฺคารตตฺตอยสลากคูถาทีนิ คเหตฺวา ปรํ ปหริตุกามตา วิย โหติ. เอโสปิ ตว กุทฺโธ กึ กริสฺสติ, กินฺเต สีลาทีนิ วินาเสตุํ สกฺขิสฺสติ, เอส อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสติ, อปฺปฏิจฺฉิตปเหณกํ วิย ปฏิวาตขิตฺตรโชมุฏฺฐิ วิย จ เอตสฺเสว เอส โกโธ มตฺถเก ปติสฺสตี"ติ เอวํ อตฺตโน จ ปรสฺส จาติ อุภเยสํ กมฺมสฺสกตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิสงฺขาเน ฐิตสฺสปิ, อสฺสคุตฺตตฺเถรสทิเส เมตฺตาภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสปิ พฺยาปาโท ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ เมตฺตานิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ "ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี"ติ.

อรติอาทีสุ อโยนิโสมนสิกาเรน ถินมิทฺธสฺส อุปฺปาโท โหติ. อรติ นาม อุกฺกณฺฐิตตา, ตนฺที นาม กายาลสิยํ, วิชมฺภิตา นาม กายวินมนา, ภตฺตสมฺมโท นาม ภตฺตมุจฺฉา ภตฺตปริฬาโห, เจตโส ลีนตฺตํ นาม จิตฺตสฺส ลีนากาโร.

"อตฺถิ ภิกฺขเว อรติ ตนฺที วิชมฺภิตา ภตฺตสมฺมโท เจตโส

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๒๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. สัมปันนสูตร”