อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐาติ น เกวลญฺจ วีริยเมว, สติปิ อารมฺมณาภิมุขภาเวน อุปฏฺฐิตา โหติ, ตถา อุปฏฺฐิตตฺตา เอว จ จิรกตจิรภาสิตานํ สรณสมตฺถตาย อสมฺมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธติ กายจิตฺตทรถปฺปสฺสมฺภเนน กาโยปิสฺส ปสฺสทฺโธ โหติ. ตตฺถ ยสฺมา นามกาเย ปสฺสทฺเธ รูปกาโยปิสฺส ปสฺสทฺโธ เอว โหติ, ตสฺมา "นามกาโย รูปกาโย"ติ อวิเสเสตฺวา "ปสฺสทฺโธ กาโย"ติ วุตฺตํ. อสารทฺโธติ โส จ ปสฺสทฺธตฺตา เอว อสารทฺโธ, วิคตทรโถติ วุตฺตํ โหติ. สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคนฺติ จิตฺตมฺปิสฺส สมฺมา อาหิตํ สุฏฺฐุ ฐปิตํ อปฺปิตํ วิย โหติ, สมาหิตตฺตา เอว จ เอกคฺคํ อจลํ นิปฺผนฺทนํ นิริญฺชนนฺติ. เอตฺตาวตา ฌานมคฺคานํ ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตา. เตเนวาห:-

"จรมฺปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตาปี สตตํ

สมิตํ อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจตี"ติ. ๑- ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต เอว.

คาถาสุ ยตํ จเรติ ยตมาโน จเรยฺย, จงฺกมนาทิวเสน คมนํ กปฺเปนฺโตปิ "อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมตี"ติอาทินา ๒- นเยน วุตฺตสมฺมปฺปธานวีริยวเสน ยตนฺโต ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ยถา อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ, กุสลา ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ, เอวํ คมนํ กปฺเปยฺยาติ อตฺโถ. เอส นโย เสเสสุปิ. เกจิ ปน "ยตนฺ"ติ เอตสฺส สํยโตติ อตฺถํ วทนฺติ. ติฏฺเฐติ ติฏฺเฐยฺย ฐานํ กปฺเปยฺย. อจฺเฉติ นิสีเทยฺย. สเยติ นิปชฺเชยฺย. ยตเมนํ ปสารเยติ เอตํ ปสาเรตพฺพํ หตฺถปาทาทึ ยตํ ยตมาโน ยถาวุตฺตวีริยสมงฺคีเยว หุตฺวา ปสาเรยฺย, สพฺพตฺถ ปมาทํ วิชเหยฺยาติ อธิปฺปาโย.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๒๙๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. สัมปันนสูตร”