[๒๓] อถ ภควา เอเตหิ คุเณหิ โคปิยา ตุฏฺฐํ ธนิยํ โอวทนฺโต ปุริมนเยเนว "จิตฺตํ มม อสฺสวนฺ"ติ อิมํ คาถํ อภาสิ อตฺถสภาคํ พฺยญฺชนสภาคญฺจ. ตตฺถ อุตฺตานาเนว ปทานิ. อยํ ปน อธิปฺปาโย:- ธนิย ตฺวํ "โคปี มม อสฺสวา"ติ ตุฏฺโฐ, สา ปน เต อสฺสวา ภเวยฺย วา น วา, ทุชฺชานํ ปรจิตฺตํ, วิเสสโต มาตุคามสฺส. มาตุคามํ หิ กุจฺฉิยา ปริหรนฺตาปิ รกฺขิตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ ทุรกฺขจิตฺตตฺตา เอว น สกฺกา ตุมฺหาทิเสหิ อิตฺถี อโลลาติ วา สํวาสิยาติ วา มนาปาติ วา นิปฺปาปาติ วา ชานิตุํ, มยฺหํ ปน จิตฺตํ อสฺสวํ โอวาทปฏิกรํ, มม วเส วตฺตติ, นาหนฺตสฺส วเส วตฺตามิ. โส จสฺส อสฺสวภาโว ยมกปาฏิหาริเย ฉนฺนํ วณฺณานมคฺคิธาราสุ จ อุทกธาราสุ จ ปวตฺตมานาสุ สพฺพชนสฺส ปากโฏ อโหสิ. อคฺคินิมฺมาเน หิ เตโชกสิณมฺปิ สมาปชฺชิตพฺพํ, อุทกนิมฺมาเน อาโปกสิณํ. นีลาทินิมฺมาเน นีลาทิกสิณานิ. พุทฺธานมฺปิ หิ เทฺว จิตฺตานิ เอกโต นปฺปวตฺตนฺติ, เอกเมว ปน อสฺสวภาเวน เอวํ วสวตฺติ อโหสิ. ตญฺจ โข ปน สพฺพกิเลสพนฺธนาปคมา วิมุตฺตํ, วิมุตฺตตฺตา ตเทว อโลลํ, น ตว โคปี. ทีปงฺกรพุทฺธกาลโต จ ปภุติ ทานสีลาทีหิ ทีฆรตฺตํ ปริภาวิตตฺตา สํวาสิยํ, น ตว โคปี. ตเทตํ อนุตฺตเรน ทมเถน ทมิตตฺตา สุทนฺตํ, สุทนฺตตฺตา อตฺตโน วเสน ฉทวารวิเสวนํ ปหาย มเมว อธิปฺปายมนสฺส วเสนานุวตฺตนโต มนาปํ, น ตว โคปี.

ปาปํ ปน เม น วิชฺชตีติ อิมินา ปน ภควา ตสฺส อตฺตโน จิตฺตสฺส ปาปาภาวํ ทสฺเสติ, ธนิโย วิย โคปิยา. โส จสฺส ปาปาภาโว น เกวลํ สมฺมาสมฺพุทฺธกาเลเยว, เอกูนตฺตึสวสฺสานิ สราคาทิกาเล อคารมชฺเฌ วสนฺตสฺสาปิ

"สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ อนุพนฺธึ ปทาปทํ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๓๘๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ธนิยสูตร”