ตตฺถ กามาติ เทฺว กามา วตฺถุกามา จ กิเลสกามา จ. ตตฺถ วตฺถุกามา มนาปิยรูปาทโย ธมฺมา, กิเลสกามา ฉนฺทาทโย สพฺเพปิ ราคปฺปเภทา. อิธ ปน วตฺถุกามา อธิปฺเปตา. รูปาทิอเนกปฺปการวเสน จิตฺรา. โลกสฺสาทวเสน มธุรา. พาลปุถุชฺชนานํ มนํ รเมนฺตีติ มโนรมา. วิรูปรูเปนาติ วิรูเปน รูเปน, อเนกวิเธน สภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. เต หิ รูปาทิวเสน จิตฺรา, รูปาทีสุปิ
กามคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
[๕๑] อีตี จาติ กา อุปฺปตฺติ? พาราณสิยํ กิร รญฺโญ คณฺโฑ อุทปาทิ, พาฬฺหา เวทนา วตฺตนฺติ, เวชฺชา "สตฺถกมฺเมน วินา ผาสุ น โหตี"ติ ภณนฺติ. ราชา เตสํ อภยํ ทตฺวา สตฺถกมฺมํ การาเปสิ. เต ผาเลตฺวา ปุพฺพโลหิตํ นีหริตฺวา นิพฺเพทนํ กตฺวา วณปฏํ พนฺธึสุ, ๑- ลูขมํสาหาเรสุ ๒- จ นํ สมฺมา โอวทึสุ, ราชา ลูขโภชเนน กิสสรีโร อโหสิ, คณฺโฑ จสฺส มิลายิ. โส ผาสุกสญฺญี หุตฺวา สินิทฺธาหารํ ภุญฺชิ, เตน จ สญฺชาตวโณ ตาทิสํเยว ๓- ปฏิเสวิ. ตสฺส คณฺโฑ ปุน ปุริมสภาวเมว สมฺปาปุณิ. เอวํ ยาว ติกฺขตฺตุํ สตฺถกมฺมํ การาเปตฺวา เวชฺเชหิ ปริวชฺชิโต นิพฺพิชฺชิตฺวา รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา สตฺตหิ วสฺเสหิ ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกตฺวา อิมํ อุทานคาถํ ภาสิตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ.