เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป"ติ.
ตสฺสา ทุติยปาเท ชาลนฺติ สุตฺตมยํ วุจฺจติ. อมฺพูติ อุทกํ, ตตฺถ จรตีติ อมฺพุจารี, มจฺฉสฺเสตํ อธิวจนํ. สลิเล อมฺพุจารี สลิลมฺพุจารี, ตสฺมึ นทีสลิเล ชาลํ เภตฺวา อมฺพุจารีวาติ วุตฺตํ โหติ. ตติยปาเท ทฑฺฒนฺติ ทฑฺฒฏฺฐานํ วุจฺจติ. ยถา อคฺคิ ทฑฺฒฏฺฐานํ ปุน น นิวตฺตติ, น ตตฺถ ภิยฺโย อาคจฺฉติ, เอวํ มคฺคญาณคฺคินา ทฑฺฒกามคุณฏฺฐานํ อนิวตฺตมาโน ตตฺถ ภิยฺโย อนาคจฺฉนฺโตติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
สนฺทาลนคาถาวณฺณนา สมตฺตา.
[๖๓] โอกฺขิตฺตจกฺขูติ กา อุปฺปตฺติ? พาราณสิยํ กิร จกฺขุโลลพฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา ปาทโลลพฺรหฺมทตฺโต วิย นาฏกทสฺสนมนุยุตฺโต โหติ. อยํ ปน วิเสโส:- โส อสนฺตุฏฺโฐ ตตฺถ ตตฺถ คจฺฉติ, อยํ ตํ ตํ นาฏกํ ทิสฺวา อติวิย อภินนฺทิตฺวา นาฏกปริวตฺตทสฺสเนน ตณฺหํ วฑฺเฒนฺโต วิจรติ. โส กิร นาฏกทสฺสนาย อาคตํ อญฺญตรํ กุฏุมฺพิยภริยํ ทิสฺวา ราคํ อุปฺปาเทสิ. ตโต สํเวคมาปชฺชิตฺวา ปุน "อหํ อิมํ ตณฺหํ วฑฺเฒนฺโต อปายปริปูรโก ภวิสฺสามิ, หนฺท นํ นิคฺคณฺหามี"ติ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนฺโต ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกตฺวา อตฺตโน ปุริมปฏิปตฺตึ ครหนฺโต ตปฺปฏิปกฺขคุณํ ทีเปตุํ ๑- อิมํ อุทานคาถํ อภาสิ:-