@๓ ฉ.ม. ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปสฺสามีติ ทิสฺวา หตฺถปาเท โธวิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห สมฺปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. เอวํ เตหิ สมฺปริวาริตํ อทฺทส โข กสิภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ปิณฺฑาย ฐิตํ, ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ "อหํ โข สมณ กสามิ จ วปฺปามิ จา"ติ.
กสฺมา ปนายํ เอวมาห, กึ สมนฺตปาสาทิเก ปสาทนีเย อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺเตปิ ภควติ อปฺปสาเทน, อุทาหุ อฑฺฒเตยฺยานํ ชนสหสฺสานํ ปายาสํ ปฏิยาเทตฺวาปิ กฏจฺฉุภิกฺขาย มจฺเฉเรนาติ? อุภยถาปิ โน, อปิจ ขฺวสฺส ภควโต ทสฺสเนน อติตฺตํ นิกฺขิตฺตกมฺมนฺตํ ชนํ ทิสฺวา "กมฺมภงฺคํ เม กาตุํ อาคโต"ติ อนตฺตมนตา อโหสิ, ตสฺมา เอวมาห. ภควโต จ ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา "สจายํ กมฺมนฺเต ปโยชยิตฺถ, ๑- สกลชมฺพุทีเป มนุสฺสานํ สีเส จูฬามณิ วิย อภวิสฺส, โก นามสฺส อตฺโถ น สมฺปชฺชิสฺส, เอวเมวํ อลสตาย กมฺมนฺเต อปฺปโยเชตฺวา วปฺปมงฺคลกาลาทีสุ ๒- ปิณฺฑาย จริตฺวา ภุญฺชนฺโต กายทฬฺหีพหุโล วิจรตี"ติปิสฺส อโหสิ. เตนาห:- อหํ โข สมณ กสามิ จ วปฺปามิ จ, กสิตฺวา จ วปฺปิตฺวา จ ภุญฺชามีติ. น เม กมฺมนฺตา พฺยาปชฺชนฺติ, น จมฺหิ ยถา ตฺวํ เอวํ ลกฺขณสมฺปนฺโนติ อธิปฺปาโย. ตฺวมฺปิ สมณ ฯเปฯ ภุญฺชสฺสุ, โก เต อตฺโถ น สมฺปชฺเชยฺย เอวํ ลกฺขณสมฺปนฺนสฺสาติ อธิปฺปาโย.
อปิจายํ อสฺโสสิ "สกฺยราชกุเล กิร กุมาโร อุปฺปนฺโน, โส จกฺกวตฺติรชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต"ติ. ตสฺมา "อิทานิ อยํ โส"ติ ญตฺวา "จกฺกวตฺติรชฺชํ กิร ปหาย นิกฺขนฺโตสี"ติ ๓- อุปารมฺภํ กโรนฺโต อาห "อหํ โข สมณา"ติ. อปิจายํ ติกฺขปญฺโญ พฺราหฺมโณ, น ภควนฺตํ อวกฺขิปนฺโต ภณติ, ภควโต ปน