@๓ ฉ.ม. อลภนฺตา ๔ ฉ.ม. กรณตฺเถ เอตฺถ อตฺโถ "สจฺเจน กโรมิ นิทฺธานนฺ"ติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา ตฺวํ พาหิรํ กสึ กสิตฺวา สสฺสทูสกานํ ติณานํ หตฺเถน วา อสิเตน วา นิทฺธานํ กโรสิ, เอวมหมฺปิ อชฺฌตฺติกํ กสึ กสิตฺวา กุสลสสฺสทูสกานํ วิสํวาทนติณานํ สจฺเจน นิทฺธานํ ๑- กโรมิ. ญาณสจฺจํ วา เอตฺถ สจฺจนฺติ เวทิตพฺพํ, ยนฺตํ ยถาภูตญาณนฺติ วุจฺจติ, เตน อตฺตสญฺญาทีนํ ติณานํ นิทฺธานํ กโรมีติ เอวํ โยเชตพฺพํ. อถ วา นิทฺทานนฺติ เฉทกํ ลาวกํ, อุปฺปาฏกนฺติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเต ยถา ตฺวํ ทาสํ วา กมฺมกรํ วา นิทฺธานํ กโรสิ, "นิทฺเธหิ ติณานี"ติ ติณานํ เฉทกํ ลาวกํ อุปฺปาฏกํ กโรสิ, เอวมหํ สจฺจํ กโรมีติ อุปโยควจเนเนว วตฺตุํ ยุชฺชติ. อถ วา สจฺจนฺติ ทิฏฺฐิสจฺจํ. ตมหํ นิทฺธานํ กโรมิ, ฉินฺทิตพฺพํ ลุนิตพฺพํ อุปฺปาเฏตพฺพํ กโรมีติ เอวมฺปิ อุปโยควจเนเนว วตฺตุํ ยุชฺชติ.
โสรจฺจํ เม ปโมจนนฺติ เอตฺถ ยนฺตํ "กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม"ติ, เอวํ สีลเมว "โสรจฺจนฺ"ติ วุตฺตํ น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ, วุตฺตเมว เอตํ "กายคุตฺโต"ติอาทินา นเยน, อรหตฺตผลํ ปน อธิปฺเปตํ. ตมฺปิ หิ สุนฺทเร นิพฺพาเน รตภาวโต "โสรจฺจนฺ"ติ วุจฺจติ. ปโมจนนฺติ โยคฺควิสฺสชฺชนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา ตว ปโมจนํ ปุนปิ สายเนฺห วา ทุติยทิวเส วา อนาคตสํวจฺฉเร วา โยเชตพฺพโต อปฺปโมจนเมว โหติ, น มม เอวํ. น หิ มม อนฺตรา โมจนนฺนาม อตฺถิ. อหญฺหิ ทีปงฺกรทสพลกาลโต ปภุติ ปญฺญานงฺคเล วีริยพลิพทฺเท โยเชตฺวา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ มหากสึ กสนฺโต ตาว น มุญจึ, ยาว น สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌึ. ยทา จ เม สพฺพนฺตํ กาลํ เขเปตฺวา โพธิรุกฺขมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส สพฺพคุณปริวารํ อรหตฺตผลํ อุทปาทิ, ตทา มยา ตํ สพฺพุสฺสุกฺกปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปตฺติยา