@๓ ฉ.ม. มา อุปรินทิยา วสีติ ๔ ฉ.ม....นทิยาเยว
@๕ ฉ.ม. อโหสิ ๖ ฉ.ม. ทุฏฺโฐ ๗ ฉ.ม. เต หิ ตํ มนุสฺสา "อเมฺห ตฺวํ นาเสสี"ติ ตํ หตฺถปเทสุ คเหตฺวา มหาปุริสสฺส สนฺติกํ เนสุํ. มหาปุริโส "มม ปาทมูเล กุจฺฉิยา นิปชฺชิตฺวา ขมาเปนฺเต ขมามี"ติ อาห, มนุสฺสา "เอวํ กโรหี"ติ อาหํสุ. ตาปโส "นาหํ จณฺฑาลํ วนฺทามี"ติ. มนุสฺสา "ตว ฉนฺเทน น วนฺทิสฺสสี"ติ หตฺถปาทมสฺสุคีวาทีสุ คเหตฺวา มหาปุริสสฺส ปาทมูเล สยาเปสุํ. โส "ขมามหํ อิมสฺส, อปิจ อหํ ตสฺเสวานุกมฺปาย สูริยํ น มุญฺจึ. ๑- สูริเย หิ อุคฺคตมตฺเต มุทฺธา อสฺส สตฺตธา ผลิสฺสตี"ติ อาห. มนุสฺสา "อิทานิ ภนฺเต กึ กาตพฺพนฺ"ติ อาหํสุ. มหาปุริโส ๒- "เตน หิ ตุเมฺห ตาปสสฺส สีเส มตฺติกาปิณฺฑํ ฐเปตฺวา ตญฺจ คลปฺปมาเณ อุทเก ปเวเสถ อหํ สูริยํ มุญฺจิสฺสามีติ อาห. สูริเย มุญฺจิตมตฺเต มตฺติกาปิณฺเฑ สตฺตธา ผลิตฺวา ปติเต ๒- ตาปโส ภีโต ปลายิ. มนุสฺสา ทิสฺวา "ปสฺสถ โภ สมณสฺส อานุภาวนฺ"ติ ทนฺตกฏฺฐปกฺขิปนมาทึ กตฺวา สพฺพํ วิตฺถาเรตฺวา "นตฺถิ อีทิโส สมโณ"ติ ตสฺมึ ปสีทึสุ. ตโต ปภุติ สกลชมฺพุทีเป ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย คหฏฺฐปพฺพชิตา มาตงฺคปณฺฑิตสฺส อุปฏฺฐานํ อคมํสุ. โส ยาวตายุกํ ฐตฺวา กายสฺส เภทา พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺชิ. เตนาห ภควา "ตทมินาปิ ชานาถ ฯเปฯ พฺรหฺมโลกูปปตฺติยา"ติ.
[๑๔๐-๑๔๑] เอวํ "น ชจฺจา วสโล โหติ, กมฺมุนา วสโล โหตี"ติ. สาเธตฺวา อิทานิ "น ชจฺจา โหติ, พฺราหฺมโณ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ"ติ เอวํ ๓- สาเธตุมาห "อชฺฌายกกุเล ชาตา ฯเปฯ ทุคฺคจฺจา ๔- ครหาย วา"ติ.