[๑๖๘] เอวญฺจ วตฺวา ปุน ตสฺส ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ โสตุกามตาย "สีหํเวกจรนฺ"ติ อิมํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ:- สีหํวาติ ทุราสทฏฺเฐน จ ขมนฏฺเฐน จ นิพฺภยฏฺเฐน จ เกสรสีหสทิสํ. ยาย ตณฺหาย "ตณฺหา ทุติโย ปุริโส"ติ วุจฺจติ, ตสฺส อภาเวน เอกจรํ, เอกิสฺสา โลกธาตุยา ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนุปฺปตฺติโตปิ เอกจรํ. ขคฺควิสาณสุตฺเต วุตฺตนเยนาปิ เจตฺถ ตํตํอตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นาคนฺติ ปุนพฺภวํ เนว คนฺตารํ นาคนฺตารํ. อถ วา อาคุํ น กโรนฺตีติปิ นาโค. พลวาติปิ นาโค. ตํ นาคํ. กาเมสุ อนเปกฺขินนฺติ ทฺวีสุปิ

@๓ ม.ม. ๑๓/๒๔๒/๒๑๘ กาเมสุ ฉนฺทราคาภาเวน อนเปกฺขินํ. อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาม, มจฺจุปาสปฺปโมจนนฺติ ตํ เอวรูปํ มเหสึ อุปสงฺกมฺม เตภูมกวฏฺฏสฺส มจฺจุปาสสฺส ปโมจนํ วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ ปุจฺฉาม, เยน วา อุปาเยน ทุกฺขสมุทยสงฺขาตา มจฺจุปาสา ปมุจฺจติ, ตํ มจฺจุปาสปฺปโมจนํ ปุจฺฉามาติ. อิมํ คาถํ เหมวโต สาตาคิรํ สาตาคิรปริสํ จ อตฺตโน ปริสํ จ สนฺธาย อาห.

เตน โข ปน สมเยน ราชคเห ๑- อาสาฬฺหนกฺขตฺตํ โฆสิตํ อโหสิ. อถ สมนฺตโต อลงฺกตปฺปฏิยตฺเต เทวนคเร สิรึ ปจฺจนุโภนฺตี วิย ราชคเห กาฬี นาม กุรรฆริกา อุปาสิกา ปาสาทมารุยฺห สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา คพฺภปริสฺสมํ ๒- วิโนเทนฺตี ปวาตปฺปเทเส อุตุคฺคหณตฺถํ ฐิตา เตสํ ยกฺขเสนาปตีนํ ตํ พุทฺธคุณปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ อาทิมชฺฌปริโยสานโต อสฺโสสิ, สุตฺวา จ "เอวํ วิวิธคุณสมนฺนาคตา พุทฺธา"ติ พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ตาย นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตฺวา ตตฺเถว ฐิตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ตโต เอว จ ภควตา "เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวิกานํ อุปาสิกานํ อนุสฺสวปฺปสนฺนานํ, ยทิทํ กาฬี อุปาสิกา กุรรฆริกา"ติ ๓- เอตทคฺเค ฐปิตา.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๖๘๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เหมวตสูตร”