@๘ ฉ.ม. ตํ เคหํ เนตฺวา ๙ ฉ.ม. เปเสติ ทิสฺวา ภีตา ยถามิตฺตํ อาโรเจสุํ. ตโต ปภุติ "ราชา โจเร ๑- คเหตฺวา ยกฺขสฺส เทตี"ติ มนุสฺสา โจรกมฺมโต ปฏิวิรตา. ตโต อปเรน สมเยน นวโจรานํ อภาเวน โปราณโจรานํ ปริกฺขเยน พนฺธนาคารานิ สุญฺญานิ อเหสุํ.

อถ นครคุตฺติโก รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา อตฺตโน ธนํ นครรจฺฉาสุ ฉฑฺฑาเปสิ "อปฺเปว นาม โกจิ โลเภน คเณฺหยฺยา"ติ. ตํ ปาเทนปิ น โกจิ ฉุปิ. โส โจเร อลภนฺโต อมจฺจานํ อาโรเจสิ, อมจฺจา "กุลปฏิปาฏิยา เอกเมกํ ชิณฺณกํ เปเสม, โส ปกติยาปิ มจฺจุมุเข ๒- วตฺตตี"ติ อาหํสุ. ราชา "อมฺหากํ ปิตรํ อมฺหากํ ปิตามหํ เปเสตีติ มนุสฺสา โขภํ ๓- กริสฺสนฺติ, มา โว เอตํ รุจฺจี"ติ นิวาเรสิ. "เตน หิ เทว ทารกํ เปเสม อุตฺตานเสยฺยกํ, ตถาวิธสฺส หิ `มาตา เม ปิตา เม'ติ สิเนโห นตฺถี"ติ อาหํสุ. ราชา อนุชานิ, เต ตถา อกํสุ. นคเร ทารกมาตโร จ ทารเก คเหตฺวา คพฺภินิโย จ ปลายิตฺวา ปรชนปเท ทารเก สํวฑฺเฒตฺวา อาเนนฺติ, เอวํ สพฺพานิปิ ทฺวาทส วสฺสานิ คตานิ.

ตโต เอกทิวสํ สกลนครํ วิจินิตฺวา เอกมฺปิ ทารกํ อลภิตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ "นตฺถิ เทว นคเร ทารโก ฐเปตฺวา อนฺเตปุเร ตว ปุตฺตํ อาฬวกกุมารนฺ"ติ. ราชา "ยถา มม ปุตฺโต ปิโย, เอวํ สพฺพโลกสฺส, อตฺตนา ปน ปิยตรํ นตฺถิ, คจฺฉถ ตมฺปิ ทตฺวา มม ชีวิตํ รกฺขถา"ติ อาห. เตน จ สมเยน อาฬวกกุมารสฺส มาตา ปุตฺตํ นฺหาเปตฺวา มณฺเฑตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเก กตฺวา องฺเก สยาเปตฺวา นิสินฺนา โหติ, ราชปุริสา รญฺโญ อาณาย ตตฺถ คนฺตฺวา วิปฺปลปนฺติยา ตสฺสา โสฬสนฺนํ จ อิตฺถิสหสฺสานํ สทฺธึ ธาติยา ตํ อาทาย ปกฺกมึสุ "เสฺว ยกฺขภกฺโข ภวิสฺสตี"ติ. ตํ ทิวสญฺจ ภควา ปจฺจูสสมเย

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๐๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อาฬวกสูตร”