อถ อาฬวโก ภควโต สมีเป อุปรูปริ วิจริตฺวา วตฺถาวุธํ มุญฺจิ, ตํ อสนิจกฺกํ วิย ๒- อากาเส เภรวสทฺทํ กโรนฺตํ ธูมายนฺตํ ปชฺชลนฺตํ ภควนฺตํ ปตฺวา ยกฺขสฺส มานมทฺทนตฺถํ ปาทปุญฺฉนโจฬกํ หุตฺวา ปาทมูเล นิปติ. อาฬวโก ตํ ทิสฺวา ฉินฺนวิสาโณ วิย มหาอุสโภ, อุทธฏทาโฐ วิย สปฺโป นิตฺเตโช นิมฺมโต นีหฏมานทฺธโช ๓- หุตฺวา จินฺเตสิ "ทุสฺสาวุธมฺปิ สมณํ นาภิโตสิ, ๔- กึ นุ โข การณนฺ"ติ. อิทํ การณํ, เมตฺตาวิหารยุตฺโต สมโณ, หนฺท นํ โรเสตฺวา เมตฺตาย วิโยเชสฺสามีติ. อิมินา สมฺพนฺเธเนตํ วุตฺตํ "อถ โข อาฬวโก ยกฺโข เยน ภควา ฯเปฯ นิกฺขม สมณา"ติ. ตตฺรายมธิปฺปาโย:- ยสฺมา ๕- มยา อนนุญฺญาโต มม ภวนํ ปวิสิตฺวา ฆรสามิโก วิย อิตฺถาคารสฺส มชฺเฌ นิสินฺโนสิ, นนุ อยุตฺตเมตํ สมณสฺส ยทิทํ อทินฺนปริโภโค อิตฺถิสํสคฺโค จ, ตสฺมา ยทิ ตฺวํ สมณธมฺเม ฐิโต, นิกฺขม สมณาติ. เอเก ปน "เอตานิ อญฺญานิ จ ผรุสวจนานิ วตฺวา เอวายํ เอตทโวจา"ติ ภณนฺติ.

อถ ภควา "ยสฺมา ถทฺโธ ปฏิถทฺธภาเวน วิเนตุํ น สกฺกา, โส หิ ปฏิถทฺธภาเว กริยมาเน เสยฺยถาปิ จณฺฑสฺส กุกฺกุรสฺส นาสาย ปิตฺตํ ภินฺเทยฺย, โส ภิยฺโยโส มตฺตาย จณฺฑตโร อสฺส, เอวํ ถทฺธตโร โหติ, มุทุนา ปน โส สกฺกา วิเนตุนฺ"ติ ญตฺวา "สาธาวุโส"ติ ปิยวจเนน ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา นิกฺขมิ. เตน วุตฺตํ "สาธาวุโสติ ภควา นิกฺขมี"ติ.

@๓ ฉ.ม. นิปติตมานทธโช ๔ ก. นาภโตสิ ๕ ฉ.ม. กสฺมา

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๐๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อาฬวกสูตร”