[๑๘๘] อถสฺส ภควา จตูหิ การเณหิ ปญฺญาลาภํ ทสฺเสนฺโต "สทฺทหาโน"ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ:- เยน ปุพฺพภาเค กายสุจริตาทิปฺปเภเทน, อปรภาเค จ สตฺตตฺตึสโพธิปกฺขิยเภเทน ธมฺเมน อรหนฺโต พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกา นิพฺพานํ ปตฺตา, ตํ สทฺทหาโน อรหตํ ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา โลกิยโลกุตฺตรปญฺญํ ลภติ. ตญฺจ โข น สทฺธามตฺตเกเนว ยสฺมา ปน ๑- สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสติ, ปยิรุปาสนฺโต โสตํ โอทหติ, โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ, ตสฺมา อุปสงฺกมนโต ปภุติ ยาว ธมฺมสฺสวเนน สุสฺสูสํ ลภติ. กึ วุตฺตํ โหติ:- ตํ ธมฺมํ สทฺทหิตฺวาปิ อาจริยุปชฺฌาเย กาเลน อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตกรเณน ปยิรุปาสิตฺวา ยทา ปยิรุปาสนาย อาราธิตจิตฺตา กิญฺจิ วตฺตุกามา โหนฺติ, อถ อธิคตาย โสตุกามตาย โสตํ โอทหิตฺวา สุณนฺโต ลภติ. ๒- เอวํ สุสฺสูสมฺปิ จ สติอวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺโต สุภาสิตทุพฺภาสิตญฺญุตาย วิจกฺขโณ เอว จ ๓- ลภติ, น อิตโร. เตนาห "อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ"ติ.

เอวํ ยสฺมา สทฺธาย ปญฺญาลาภสํวตฺตนิกํ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ, สุสฺสูสาย สกฺกจฺจํ ปญฺญายาธิคมูปายํ สุณาติ, อปฺปมาเทน คหิตํ น สมฺมุสฺสติ, วิจกฺขณตาย อนูนาธิกมวิปรีตญฺจ คเหตฺวา วิตฺถาริกํ กโรติ. สุสฺสูสาย วา โอหิตโสโต ปญฺญาปฏิลาภเหตุํ ธมฺมํ สุณาติ, อปฺปมาเทน สุตฺวา ธมฺมํ ธาเรติ, วิจกฺขณตาย ธตานํ ธมฺมานํ อตฺถมุปปริกฺขติ, อถานุปุพฺเพน ปรมตฺถํ ๔- สจฺฉิกโรติ, ตสฺมา ๙- ภควา "กถํ สุ ลภเต ปญฺญนฺ"ติ ปุฏฺโฐ อิมานิ จตฺตาริ การณานิ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมาห "สทฺทหาโน ฯเปฯ วิจกฺขโณ"ติ.

[๑๘๙] อิทานิ ตโต ปเร ตโย ปเญฺห วิสฺสชฺเชนฺโต "ปติรูปการี"ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ เทสกาลาทีนิ อหาเปตฺวา โลกิยสฺส โลกุตฺตรสฺส วา

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๒๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อาฬวกสูตร”