@๙ ฉ.ม. ปุนราคมิ ๑๐ วิ.มหา. ๕/๓๒๖/๑๒๓ โสตาปนฺนา หุตฺวา อฏฺฐ นิจฺจภตฺตานิ ปวตฺเตสิ. ตํ อารพฺภ อญฺญตโร นิจฺจภตฺติโก ภิกฺขุ ราคํ อุปฺปาเทสิ. อาหารกิจฺจมฺปิ จ กาตุํ อสกฺโกนฺโต นิราหาโร นิปชฺชีติ ธมฺมปทคาถาวตฺถุมฺหิ วุตฺตํ. ตสฺมึ ตถานิปนฺเนเยว สิริมา กาลํ กตฺวา ยามภวเน สุยามสฺส เทวี อโหสิ. อถ ตสฺสา สรีรสฺส อคฺคิกิจฺจํ นิวาเรตฺวา อามกสุสาเน รญฺญา นิกฺขิปาปิตํ สรีรํ ทสฺสนาย ภควา ภิกฺขุสํฆปริวุโต อคมาสิ ตมฺปิ ภิกฺขุํ อาทาย, ตถา นาครา ๑- จ ราชา จ. ตตฺถ มนุสฺสา ภณนฺติ "ปุพฺเพ สิริมาย อฏฺฐุตฺตรสหสฺเสนปิ ทสฺสนํ ทุลฺลภํ, ตํ ทานชฺช กากณิกายาปิ ทฏฺฐุกาโม นตฺถี"ติ. สิริมาปิ เทวกญฺญา ปญฺจหิ รถสเตหิ ปริวุตา ตตฺร อคมาสิ. ตตฺราปิ ภควา สนฺนิปติตานํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตํ ตสฺส ภิกฺขุโน โอวาทตฺถํ "ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพนฺ"ติ ๒- อิมญฺจ ธมฺมปทคาถํ อภาสิ. อยมสฺส ทุติยา อุปฺปตฺติ.

[๑๙๕] ตตฺถ จรํ วาติ สกลรูปกายสฺส คนฺตพฺพทิสาภิมุเขนาภินีหาเรน คจฺฉนฺโต วา. ยทิ ยา ติฏฺฐนฺติ ตสฺเสว อุสฺสาปนาภาเวน ติฏฺฐนฺโต วา. นิสินฺโน วา อุท วา สยนฺติ ตสฺเสว เหฏฺฐิมภาคสมิญฺชนอุปริมภาคสมุสฺสาปนภาเวน นิสินฺโน วา, ติริยํ ปสารณภาเวน สยนฺโต วา. สมิญฺเชติ ปสาเรตีติ ตานิ ตานิ ปพฺพานิ สมิญฺเชติ จ ปสาเรติ จ.

เอสา กายสฺส อิญฺชนาติ สพฺพาเปสา อิมสฺเสว สวิญฺญาณกกายสฺส อิญฺชนา จลนา ผนฺทนา, นตฺเถตฺถ อญฺโญ โกจิ จรนฺโต วา ปสาเรนฺโต วา, อปิจ โข ปน "จรามี"ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต ตํสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ กายํ ผรติ, เตนสฺส คนฺตพฺพทิสาภิมุโข อภินีหาโร โหติ, เทสนฺตรุปฺปนฺนภาโวติ ๓- อตฺโถ. เตน "จรนฺ"ติ วุจฺจติ. ตถา "ติฏฺฐามี"ติ จิตฺเต อุปฺปชฺชนฺเต

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๔๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. วิชยสูตร”