@๓ ฉ.ม. พาธิตฺวา วา ยถา กามวิตกฺกาทิโน วิตกฺกสฺส อปฺปหีนตฺตา "อยํ ปุคฺคโล รตฺโต"ติ วา "ทุฏฺโฐ"ติ วา สงฺขํ อุเปติ, เอวํ ตกฺกํ ปหาย น อุเปติ สงฺขนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

[๒๑๒] จตุตฺถคาถาย อญฺญายาติ อนิจฺจาทินเยน ชานิตฺวา. สพฺพานีติ อนวเสสานิ. นิเวสนานีติ กามภวาทิเก ภเว ๑- นิวสนฺติ หิ เตสุ สตฺตา, ตสฺมา "นิเวสนานี"ติ วุจฺจนฺติ. อนิกามยํ อญฺญตรมฺปิ เตสนฺติ เอวํ ทิฏฺฐาทีนวตฺตา เตสํ นิเวสนานํ เอกมฺปิ อปตฺเถนฺโต โส เอวรูโป พุทฺธมุนิ มคฺคภาวนาพเลน ตณฺหาเคธสฺส วิคตตฺตา วีตเคโธ, วีตเคธตฺตา เอว จ อคิทฺโธ, น ยถา เอเก อวีตเคธา เอว สมานา "อคิทฺธมฺหา"ติ ปฏิชานนฺติ, น ๒- เอวํ. นายูหตีติ ตสฺส ตสฺส นิเวสนสฺส นิพฺพตฺตกํ กุสลํ วา อกุสลํ วา น กโรติ. กึการณา? ปารคโต หิ โหติ, ยสฺมา เอวรูโป สพฺพนิเวสนานํ ปารํ นิพฺพานํ คโต โหตีติ อตฺโถ.

เอวํ ปฐมคาถาย ปุถุชฺชนทสฺสนํ ครหิตฺวา อตฺตโน ทสฺสนํ ปสํสนฺโต ทุติยคาถาย เยหิ กิเลเสหิ ปุถุชฺชโน อนุปสนฺโต โหติ, เตสํ อภาเวน อตฺตโน สนฺติปทาธิคมํ ปสํสนฺโต ตติยคาถาย เยสุ วตฺถูสุ ปุถุชฺชโน ตกฺกมปฺปหาย ตถา ตถา สงฺขํ อุเปติ, เตสุ จตุสจฺจภาวนาย ตกฺกํ ปหาย อตฺตโน สงฺขานุปคมนํ ปสํสนฺโต จตุตฺถคาถาย อายติมฺปิ ยานิ นิเวสนานิ นิกามยมาโน ๓- ปุถุชฺชโน ภวตณฺหาย อายูหติ, เตสุ ตณฺหาภาเวน อตฺตโน อายูหนํ ๔- ปสํสนฺโต จตูหิ คาถาหิ อรหตฺตนิกูเฏเนว เอกฏฺฐุปฺปตฺติยํ ๕- เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๖๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”