@๕ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อทํสุ, โส ตํ อุคฺคเหตฺวา วายมนฺโต น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ, เต จสฺส อาจริยูปชฺฌายา. อถ มหาปวารณาย สพฺเพว ภควโต สนฺติกํ อคมํสุ "วิสุทฺธิปฺปวารณํ ปวาเรยฺยามา"ติ. ๑- ภควา ปวาเรตฺวา วุตฺถวสฺโส ภิกฺขุสํฆปริวุโต คามนิคมาทีสุ จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน อาฬวึ อคมาสิ. ตตฺถ มนุสฺสา จ ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา ทานาทีนิ กโรนฺตา ตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา "ธีตรํ มาเรตฺวา อิทานิ กํ มาเรตุํ อาคโตสี"ติอาทีนิ วตฺวา อุปฺปณฺเฑสุํ. ภิกฺขู ตํ สุตฺวา อุปฏฺฐานเวลาย อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภควา "น ภิกฺขเว อยํ ภิกฺขุ ธีตรํ มาเรติ, สา อตฺตโน กมฺเมน มตา"ติ วตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน มนุสฺเสหิ ทุพฺพิชานํ ขีณาสวมุนิภาวํ ปกาเสนฺโต ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.

ตสฺสตฺโถ:- โย ตีสุปิ กมฺมทฺวาเรสุ สีลสํยเมน สํยตตฺโต กาเยน วา วาจาย วา เจตสา วา หึสาทิกํ น กโรติ ปาปํ, ตญฺจ โข ปน ทหโร วา ทหรวเย ฐิโต, มชฺฌิโม วา มชฺฌิมวเย ฐิโต, เอเตเนว นเยน เถโร ปจฺฉิมวเย ฐิโตติ กทาจิปิ น กโรติ. กึการณา? ยตตฺโต, ยสฺมา อนุตฺตราย วิรติยา สพฺพปาเปหิ อุปรตจิตฺโต วุตฺตํ โหติ.

อิทานิ มุนิ อโรสเนยฺโย น โส โรเสติ กญฺจีติ เอเตสํ ปทานํ อยํ โยชนา จ อธิปฺปาโย จ:- โส ขีณาสวมุนิ อโรสเนยฺโย "ธีตุมารโก"ติ วา "เปสการโก"ติ วา เอวมาทินา นเยน กาเยน วา วาจาย วา โรเสตุํ ฆฏฺเฏตุํ พาเธตุํ อรโห น โหติ. โสปิ หิ น โรเสติ กญฺจิ "นาหํ มม ธีตรํ มาเรมิ, ตฺวํ มาเรสิ, ตุมฺหาทิโส วา มาเรตี"ติอาทีนิ วตฺวา กญฺจิ น

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๗๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”