@๓ ฉ.ม. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ๔ ฉ.ม. เตน สมเยน ตีณิ มงฺคลานิ อกํสุ. ภควาปิ ตตฺถ นิมนฺติโต ปญฺจภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา ภตฺตํ ๑- ภุญฺชิตฺวา นิกฺขมนฺโต นนฺทสฺส หตฺเถ ปตฺตํ อทาสิ. ตํ นิกฺขมนฺตํ ทิสฺวา ชนปทกลฺยาณี "ตุวฏํ โข อยฺยปุตฺต อาคจฺเฉยฺยาสี"ติ อาห. โส ภควโต คารเวน "หนฺท ภควา ปตฺตนฺ"ติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต วิหารเมว คโต. ภควา คนฺธกุฏิปริเวเณ ฐตฺวา "อาหร นนฺท ปตฺตนฺ"ติ คเหตฺวา "ปพฺพชิสฺสสี"ติ อาห. โส ภควโต คารเวน ปฏิกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺโต "ปพฺพชามิ ภควา"ติ อาห, ตํ ภควา ปพฺพาเชสิ. โส ปน ชนปทกลฺยาณิยา วจนํ ปุนปฺปุนํ สรนฺโต อุกฺกณฺฐิ. ตํ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ, ภควา นนฺทสฺส อนภิรตึ วิโนเทตุกาโม ๒- "ตาวตึสภวนํ คตปุพฺโพสิ นนฺทา"ติ อาห, นนฺโท "นาหํ ภนฺเต คตปุพฺโพ"ติ อโวจ.

ตโต นํ ภควา อตฺตโน อานุภาเวน ตาวตึสภวนํ เนตฺวา เวชยนฺตปาสาททฺวาเร อฏฺฐาสิ. ภควโต อาคมนํ วิทิตฺวา สกฺโก อจฺฉราคณปริวุโต ปาสาทา โอโรหิ. ตา สพฺพาปิ กสฺสปสฺส ภควโต สาวกานํ ปาทมกฺขนเตลํ ทตฺวา กกุฏปาทินิโย อเหสุํ. อถ ภควา นนฺทํ อามนฺเตสิ "ปสฺสสิ โน ตฺวํ นนฺท อิมานิ ปญฺจ อจฺฉราสตานิ กกุฏปาทานี"ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. มาตุคามสฺส นาม นิมิตฺตานุพฺยญฺชนํ คเหตพฺพนฺติ สกเลปิ พุทฺธวจเน เอตํ นตฺถิ, อถ จ ปเนตฺถ ภควา อุปายกุสลตาย อตุรสฺส โทเส อุคฺคิเลตฺวา นีหริตุกาโม ภิสกฺโก วิย ๓- นนฺทสฺส ราคํ อุคฺคิเลตฺวา นีหริตุกาโม นิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคหณํ อนุญฺญาสิ ยถา ตํ อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถีติ. ตโต ภควา อจฺฉราเหตุ นนฺทสฺส พฺรหฺมจริเย อภิรตึ วิทิตฺวา ภิกฺขู อาณาเปสิ "ภตกวาเทน นนฺทํ โจเทถา"ติ. โส เตหิ โจทิยมาโน ลชฺชิโต โยนิโส

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๗๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”