@๓ ฉ.ม. เวชฺโช สุโภชนํ วิย มนสิกโรนฺโต ปฏิปชฺชิตฺวา น จิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. ตสฺส จงฺกมนโกฏิยํ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ, ภควโตปิ ญาณํ อุทปาทิ. ภิกฺขู อชานนฺตา ตเถวายสฺมนฺตํ โจเทนฺติ, ภควา "น ภิกฺขเว อิทานิ นนฺโท เอวํ โจเทตพฺโพ"ติ ตสฺส ขีณาสวมุนิภาวํ ทีเปนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ คาถมภาสิ.

ตสฺสตฺโถ:- ทุกฺขสจฺจววตฺถานการเณน ๑- ขนฺธาทิโลกํ อญฺญาย ชานิตฺวา ววตฺถเปตฺวา นิโรธสจฺจสจฺฉิกิริยาย ปรมตฺถทสฺสึ สมุทยปฺปหาเนน จ จตุพฺพิธํ โอฆํ ปหีนสมุทยตฺตา รูปมทาทิเวคสหเนน จกฺขฺวาทิอายตนสมุทฺทํ จ ๒- อติตริย อติตริตฺวา อติกฺกมิตฺวา มคฺคภาวนาย, "ตนฺนิทฺเทโส ตาทินฺ"ติ ๓- อิมาย ตาทิลกฺขณปฺปตฺติยา ตาทึ. โย จายํ กามราคาทิกิเลสราสิเยว อวหนนตฺเถน โอโฆ, กุจฺฉิตคติปริยาเยน สมุทฺทนตฺเถน สมุทฺโท, ตํ สมุทยปฺปหาเนน ๔- โอฆํ สมุทฺทํ จ อติตริย อติติณฺโณฆตฺตา อิทานิ ตุเมฺหหิ เอวํ วุจฺจมาเนปิ วิการมนาปชฺชนตาย ตาทินฺติ เอวเมตฺถ ๕- อตฺโถ จ อธิปฺปาโย จ เวทิตพฺโพ. ตํ ฉินฺนคนฺถํ อสิตํ อนาสวนฺติ อิทํ ปนสฺส ถุติวจนเมว, อิมาย จตุสจฺจภาวนาย จตุนฺนํ คนฺถานํ ฉินฺนตฺตา ฉินฺนคนฺถํ, ทิฏฺฐิยา วา ตณฺหาย วา กตฺถจิ อนิสฺสิตตฺตา อสิตํ, จตุนฺนํ อาสวานํ อภาเวน อนาสวนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตีติ ตมฺปิ ธีรา วา ขีณาสวมุนึ เวทยนฺติ, ตุเมฺห ปน อเวทยมานา เอวํ ภณถาติ ทสฺเสติ.

[๒๒๒] อสมา อุโภติ กา อุปฺปตฺติ? อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสลรฏฺเฐ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺเญ วิหรติ, ตสฺมึ จ คาเม มิคลุทฺทโก ตสฺส

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๗๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”