ตสฺมา หิ เน รกฺขถ อปฺปมตฺตา"ติ.

ตสฺสตฺโถ:- เย มนุสฺสา จิตฺตกมฺมรูปกมฺมาทีหิปิ ๕- เทวตา กตฺวา เจติยรุกฺขาทีนิ จ อุปสงฺกมิตฺวา เทวตา อุทฺทิสฺส ทิวา พลึ กโรนฺติ, กาฬปกฺขาทีสุ จ ๖- รตฺตึ พลึ กโรนฺติ. สลากภตฺตาทีนิ วา ทตฺวา อารกฺขเทวตา อุปาทาย ยาว พฺรหฺมเทวตานํ ปตฺติทานนิยฺยาตเนน ทิวา พลึ กโรนฺติ, ฉตฺตาโรปนทีปมาลาย ๗- สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนาทีนิ การาเปตฺวา ปตฺติทานนิยฺยาตเนน จ รตฺตึ พลึ กโรนฺติ, เต กถํ น รกฺขิตพฺพา, ยโต เอวํ ทิวา จ รตฺโต จ ตุเมฺห อุทฺทิสฺส กโรนฺติเยว พลึ, ตสฺมา หิ เน รกฺขถาติ ๘- ตสฺมา พลิกมฺมการณาปิ เน มนุสฺเส รกฺขถ โคเปถ, ๙- อหิตญฺจ ๑๐- เตสํ อปเนถ, หิตํ อุปเนถ อปฺปมตฺตา หุตฺวา ตํ กตญฺญุภาวํ หทเย กตฺวา นิจฺจมนุสฺสรนฺตาติ.

@๓ ฉ.ม. อุภเยสมฺปิ ขุ.อุ. ๒๕/๗๖/๒๒๔

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๗๙๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. รตนสูตร”