@๕-๕ ฉ. ปณีตนฺติ อุตฺตมํ เสฏฺฐํ อตปฺปกํ, ม. อุตฺตมํ เสฏฺฐํ อนคฺฆกํ,

@สี. อุตฺตมํ เสฏฺฐํ อนปฺปกํ สสฺสามิกํ, ยํ จ พุทฺธุปฺปาทวิรเหน อปายเมว ปริปูเรนฺเตสุ สตฺเตสุ สุญฺญวิมาน- ปฏิพทฺธํ อสฺสามิกํ, ยํ วา ปน อญฺญมฺปิ ปฐวีมหาสมุทฺทหิมวนฺตาทินิสฺสิตํ อสฺสามิกํ รตนํ, ตํ นิทฺทิฏฺฐํ โหติ.

น โน สมํ อตฺถิ ตถาคเตนาติ นาติ ปฏิเสเธ, โนติ อวธารเณ. สมนฺติ ตุลฺยํ. อตฺถีติ วิชฺชติ. ตถาคเตนาติ พุทฺเธน. กึ วุตฺตํ โหติ? ยํ เอตํ วิตฺตญฺจ รตนญจ ปกาสิตํ, เอตฺถ เอกมฺปิ พุทฺธรตเนน สทิสํ รตนํ เนวตฺถิ. ยมฺปิ หิ ตํ จิตฺตีกตฏฺเฐน รตนํ เสยฺยถิทํ? รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส จกฺกรตนํ มณิรตนญฺจ, ยมฺหิ อุปฺปนฺเน มหาชโน น อญฺญตฺถ จิตฺตีการํ กโรติ. น โกจิ ปุปฺผคนฺธาทีนิ คเหตฺวา ยกฺขฏฺฐานํ วา ภูตฏฺฐานํ วา คจฺฉติ, สพฺโพปิ ชโน จกฺกรตนํ มณิรตนเมว จิตฺตึ กโรติ ปูเชติ ตํ ตํ วรํ ปตฺเถติ, ปตฺถิตปตฺถิตญฺจสฺส เอกจฺจํ สมิชฺฌติ, ตมฺปิ รตนํ พุทฺธรตเนน สมํ นตฺถิ. ยทิ หิ จิตฺตีกตฏฺเฐน รตนํ, ตถาคโตว รตนํ. ตถาคเต หิ อุปฺปนฺเน เย เกจิ มเหสกฺขา เทวมนุสฺสา, น เต อญฺญตฺร จิตฺตีการํ กโรนฺติ, น กญฺจิ อญฺญํ ปูเชนฺติ. ตถา หิ พฺรหฺมา สหมฺปติ สิเนรุมตฺเตน รตนทาเมน ตถาคตํ ปูเชสิ, ยถาพลญฺจ อญฺเญ เทวา มนุสฺสา จ พิมฺพิสารโกสลราชอนาถปิณฺฑิกาทโย. ปรินิพฺพุตมฺปิ จ ๑- ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ฉนฺนวุติโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา อโสกมหาราชา สกลชมฺพุทีเป จตุราสีติ วิหารสหสฺสานิ ปติฏฺฐาเปสิ, โก ปน วาโท อญฺเญสํ จิตฺตีการานํ. อปิจ กสฺสปสฺส ๒- ปรินิพฺพุตสฺสาปิ ชาติโพธิธมฺม- จกฺกปฺปวตฺตนปรินิพฺพานฏฺฐานานิ ปฏิมาเจติยาทีนิ วา อุทฺทิสฺส เอวํ จิตฺตีการครุกาโร วตฺตติ ยถา ภควโต. เอวํ จิตฺตีกตฏฺเฐนาปิ ตถาคตสมํ รตนํ นตฺถิ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๘๐๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. รตนสูตร”