ยมฺปิ ตํ อวิเสสโต รติชนนฏฺเฐน รตนํ. เสยฺยถาปิ? รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส จกฺกรตนํ. ตญฺหิ ทิสฺวาว ๒- ราชา จกฺกวตฺติ อตฺตมโน โหติ, เอวมฺปิ ตํ รญฺโญ รตึ ชเนติ. ปุน จ ปรํ ราชา จกฺกวตฺติ วาเมน หตฺเถน สุวณฺณภิงฺคารํ ๓- คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน จกฺกรตนํ อพฺภุกฺกิรติ "ปวตฺตตุ ภวํ จกฺกรตนํ, อภิวิชินาตุ ภวํ จกฺกรตนนฺ"ติ. ตโต จกฺกรตนํ ปญฺจงฺคิกตูริยํ วิย ๔- มธุรสฺสรํ นิจฺฉรนฺตํ อากาเสน ปุรตฺถิมทิสํ คจฺฉติ, อนฺวเทว ราชา จกฺกวตฺติ จกฺกานุภาเวน ทฺวาทสโยชนวิตฺถิณฺณาย จตุรงฺคินิยา เสนาย นาติอุจฺจํ นาตินีจํ อุจฺจรุกฺขานํ เหฏฺฐาภาเคน, นีจรุกฺขานํ อุปริภาเคน, รุกฺเขสุ ปุปฺผผลปลฺลวาทิปณฺณาการํ คเหตฺวา อาคตานํ หตฺถโต ปณฺณาการญฺจ คณฺหนฺโต "เอหิ โข มหาราชา"ติ เอวมาทินา ปรมนิปจฺจกาเรน อาคเต ปฏิราชาโน "ปาโณ น หนฺตพฺโพ"ติ- อาทินา นเยน อนุสาสนฺโต คจฺฉติ. ยตฺถ ปน ราชา ภุญฺชิตุกาโม วา ทิวาเสยฺยํ วา กปฺเปตุกาโม โหติ, ตตฺถ จกฺกรตนํ อากาสา โอตริตฺวา อุทกาทิสพฺพกิจฺจกฺขเม สเม ภูมิภาเค อกฺขาหตํ วิย ติฏฺฐติ. ปุน รญฺโญ คมนจิตฺเต อุปฺปนฺเน ปุริมนเยเนว สทฺทํ กโรนฺตํ คจฺฉติ, ยํ สุตฺวา ทฺวาทสโยชนิกาปิ ปริสา อากาเสน คจฺฉติ. จกฺกรตนํ อนุปุพฺเพน ปุรตฺถิมสมุทฺทํ อชฺโฌคาหติ, ตสฺมึ อชฺโฌคาหนฺเต อุทกํ โยชนปฺปมาณํ อปคนฺตฺวา ภิตฺติกตํ

@๓ ฉ.ม......ภิงฺการํ, เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม. ปญฺจงฺคิกํ วิย ตูริยํ วิย ติฏฺฐติ. มหาชโน ยถากามํ สตฺต รตนานิ คณฺหาติ. ปุน ราชา สุวณฺณภิงฺคารํ คเหตฺวา "อิโต ปฏฺฐาย มม รชฺชนฺ"ติ อุทเกน อพฺภุกฺกิริตฺวา นิวตฺตติ. เสนา ปุรโต โหติ, จกฺกรตนํ ปจฺฉโต, ราชา มชฺเฌ. จกฺกรตนสฺส ๑- โอสกฺกิโตสกฺกิตฏฺฐานํ อุทกํ ปริปูเรติ. ๒- เอเตเนว อุปาเยน ทกฺขิณปจฺฉิมอุตฺตเรปิ สมุทฺเท คจฺฉติ.

เอวํ จตุทฺทิสํ อนุปริยายิตฺวา ๓- จกฺกรตนํ ติโยชนสตปฺปมาณํ ๔- อากาสํ อาโรหติ. ตตฺถ ฐิโต ราชา จกฺกรตนานุภาเวน ๕- อตฺตนา วิชิตวิชโย ๕- ปญฺจสตปริตฺตทีปปฏิมณฺฑิตํ สตฺตโยชนสหสฺสปริมณฺฑลํ ปุพฺพวิเทหํ, ตถา อฏฺฐโยชนสหสฺสปริมณฺฑลํ อุตฺตรกุรุํ สตฺตโยชนสหสฺสปริมณฺฑลํเยว อมรโคยานํ, ทสโยชนสหสฺสปริมณฺฑลํ ชมฺพุทีปญฺจาติ เอวํ จตุมหาทีปทฺวิสหสฺสปริตฺตทีป- ปฏิมณฺฑิตํ เอกํ จกฺกวาฬํ สุผุลฺลปุณฺฑรีกวนํ วิย โอโลเกติ. เอวํ โอโลกยโต จสฺส อนปฺปกา รติ อุปฺปชฺชติ. เอวมฺปิ ตํ จกฺกรตนํ รญฺโญ รตึ ชเนติ, ตมฺปิ พุทฺธรตนสมํ นตฺถิ. ยทิ หิ รติชนนฏฺเฐน รตนํ, ตถาคโตว รตนํ, กึ กริสฺสติ เอตํ จกฺกรตนํ. ตถาคโต หิ ยสฺสา ทิพฺพาย รติยา จกฺกรตนาทีหิ สพฺเพหิปิ ชนิตา จกฺกวตฺติรติ สงฺขมฺปิ กลมฺปิ กลภาคมฺปิ น อุเปติ, ตโตปิ รติโต อุตฺตริตรญฺจ ปณีตตรญฺจ อตฺตโน โอวาทปฺปติการานํ อสงฺเขฺยยฺยานมฺปิ เทวมนุสฺสานํ ปฐมชฺฌานรตึ, ทุติยตติยจตุตฺถปญฺจมชฺฌานรตึ, อากาสานญฺจายตนรตึ วิญฺญาณญฺจายตนรตึ, อากิญฺจญฺญายตนรตึ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนรตึ, โสตาปตฺติมคฺครตึ, โสตาปตฺติผลรตึ, สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตมคฺคผลรติญฺจ ชเนติ. เอวํ รติชนนฏฺเฐนาปิ ตถาคตสมํ รตนํ นตฺถิ. ๖-

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๘๑๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. รตนสูตร”