@๗ ฉ.ม.,อิ. โลกนฺติ น ทิสฺสติ ๘ ฉ.ม. นีจกุลตาทิเภทํ

[๒๕๒] เอวํ ภควา ปรมตฺถโต อามคนฺธํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทุคฺคติมคฺคภาวญฺจสฺส ปกาเสตฺวา อิทานิ ยสฺมึ มจฺฉมํสโภชเน ตาปโส อามคนฺธสญฺญี ทุคฺคติมคฺคสญฺญี จ หุตฺวา ตสฺส อโภชเนน สุทฺธิกาโม หุตฺวา ตํ น ภุญฺชติ, ตสฺส จ อญฺญสฺส จ ตถาวิธสฺส วิโสเธตุํ ๑- อสมตฺถภาวํ ทสฺเสนฺโต "น มจฺฉมํสนฺ"ติ อิมํ ฉปฺปทํ คาถมาห. ตตฺถ สพฺพปทานิ อนฺติมปเทน โยเชตพฺพานิ:- น มจฺฉมํสํ โสเธติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขํ, น อาหุติยญฺญมุตูปเสวนา โสเธนฺติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขนฺติ เอวํ. เอตฺถ จ มจฺฉมํสนฺติ อขาทิยมานํ มจฺฉมํสํ น โสเธติ, ตถา อนาสกตฺตนฺติ เอวํ โปราณา วทนฺติ. ๒- เอวํ ปน สุนฺทรตรํ สิยา "น มจฺฉมํสานํ อนาสกตฺตํ น มจฺฉมํสานานาสกตฺตํ, มจฺฉมํสานํ ๓- อนาสกตฺตํ น โสเธติ มจฺจนฺ"ติ. อถาปิ ๔- สิยา, เอวํ สนฺเต อนาสกตฺตํ โอหียตีติ? ตํ จ น, อมรตเปน สงฺคหิตตฺตา. "เย วาปิ โลเก อมรา พหู ตปา"ติ เอตฺถ หิ สพฺโพปิ วุตฺตาวเสโส อตฺตกิลมโถ สงฺคหํ คจฺฉตีติ. น นคฺคิยนฺติ อเจลกตฺตํ. มุณฺฑิยนฺติ มุณฺฑภาโว. ชฏาชลฺลนฺติ ชฏา จ รโชชลฺลญฺจ. ขราชินานีติ ขรานิ อชินจมฺมานิ. อคฺคิหุตสฺสุปเสวนาติ อคฺคิปาริจริยา. อมราติ อมรภาวปตฺถตาย ปวตฺตา กายกิเลสา. พหูติ อุกฺกุฏิกปฺปธานาทิเภทโต อเนเก. ตปาติ สรีรสนฺตาปา. มนฺตาติ เวทา. อาหุตีติ อคฺคิโหมกมฺมํ. ยญฺญมุตูปเสวนาติ อสฺสเมธาทิยญฺญา จ อุตูปเสวนา จ. อุตูปเสวนา นาม คิเมฺห อาตปฏฺฐานเสวนา, วสฺเส รุกฺขมูลเสวนา, เหมนฺเต ชลปฺปเวสเสวนา. น โสเธติ ๕- มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขนฺติ กิเลสสุทฺธิยา วา

@๒ ฉ.ม.,อิ. วณฺเณนฺติ ๓ สี.,อิ. น มจฺฉมํสานํ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๘๖๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อามคันธสูตร”