@๒ ฉ.ม. ผุสฺสาติ ๓ ฉ.ม. โสตมปิ หิ ปทุมคนฺธาทิปุปฺผคนฺธํ วา ฆายติ, ปุสฺสทนฺตกฏฺฐํ วา ขาทติ, ปฐวึ วา อามสติ, หริตสสฺสํ วา อลฺลโคมยํ วา กจฺฉปํ วา ติลวาหํ วา ปุปฺผํ วา ผลํ วา อามสติ, ปุสฺสมตฺติกาย วา สมฺมา ลิมฺปติ, ปุสฺสสาฏกํ วา นิวาเสติ, ปุสฺสเวฐนํ วา ธาเรติ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ เอวรูปํ อภิมงฺคลสมฺมตํ คนฺธํ วา ฆายติ, รสํ วา สายติ, โผฏฺฐพฺพํ วา ผุสติ, อิทํ วุจฺจติ มุตมงฺคลนฺ"ติ. ตสฺสปิ วจนํ เอกจฺเจ อคฺคเหสุํ, เอกจฺเจ นาคฺคเหสุํ.

ตตฺถ ทิฏฺฐมงฺคลิโก สุตมุตมงฺคลิเก น อสกฺขิ สญฺญาเปตุํ. น เตสํ อญฺญตโร อิตเร เทฺว. เตสุ จ มนุสฺเสสุ เย ทิฏฺฐมงฺคลิกสฺส วจนํ คณฺหึสุ, เต "ทิฏฺฐํเยว มงฺคลนฺ"ติ คตา. เย สุตมุตมงฺคลิกานํ วจนํ คณฺหึสุ, เต "สุตํเยว มุตํเยว มงฺคลนฺ"ติ คตา. เอวมยํ มงฺคลกถา สกลชมฺพุทีเป ปากฏา ชาตา.

อถ สกลชมฺพุทีเป มนุสฺสา คุมฺพคุมฺพา หุตฺวา "กินฺนุ โข มงฺคลนฺ"ติ มงฺคลานิ จินฺตยึสุ, เตสํ มนุสฺสานํ อารกฺขเทวตาปิ ๑- ตํ กถํ สุตฺวา ตเถว มงฺคลานิ จินฺตยึสุ, ตาสํ เทวตานํ ภุมฺมเทวตา มิตฺตา โหนฺติ, อถ ตโต สุตฺวา ภุมฺมเทวตาปิ ตเถว มงฺคลานิ จินฺตยึสุ. ตาสมฺปิ เทวตานํ อากาสฏฺฐเทวตา มิตฺตา โหนฺติ, อากาสฏฺฐเทวตานมฺปิ ๒- จาตุมหาราชิกาเทวตา. เอเตเนว อุปาเยน ยาว สุทสฺสีเทวตานํ อกนิฏฺฐเทวตา มิตฺตา โหนฺติ, อถ ตโต สุตฺวา อกนิฏฺฐเทวตาปิ ตเถว คุมฺพคุมฺพา หุตฺวา มงฺคลานิ จินฺตยึสุ. เอวํ ยาว ๓- ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ สพฺพตฺถ มงฺคลจินฺตา อุทปาทิ. อุปฺปนฺนา จ สา "อิทํ มงฺคลํ อิทํ มงฺคลนฺ"ติ วินิจฺฉิยมานาปิ อปฺปตฺตา เอว วินิจฺฉยํ ทฺวาทส

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๓,๘๗๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มงคลสูตร”