@๓ ม.มู. ๑๒/๒๕๖/๑๒๑ มหาสีหนาทสุตฺต ๔ ฉ.ม. โหนฺตีติ
อิทานิ ชหิตธมฺมสฺส ทสฺสนตฺถํ อาห "สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉิตญฺจ, สีลพฺพตํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจี"ติ. ตตฺถ สติ กาเย วิชฺชมาเน อุปาทานกฺขนฺธ- ปญฺจกาขฺเย กาเย วีสติวตฺถุกา ทิฏฺฐิ สกฺกายทิฏฺฐิ, สติ วา ตตฺถ กาเย ทิฏฺฐีติปิ สกฺกายทิฏฺฐิ, ยถาวุตฺตปฺปกาเร กาเย วิชฺชมานา ทิฏฺฐีติ อตฺโถ. สติเยว วา กาเย ทิฏฺฐีติปิ สกฺกายทิฏฺฐิ, ยถาวุตฺตปฺปาเร กาเย วิชฺชมาเน รูปาทิสงฺขาโต อตฺตาติ เอวมฺปวตฺตา ทิฏฺฐีติ อตฺโถ. ตสฺสา จ ปหีนตฺตา สพฺพทิฏฺฐิคตานิ ปหีนานิเยว โหนฺติ. สาปิ ๑- เนสํ มูลํ. สพฺพกิเลสพฺยาธิวูปสมนโต ปญฺญา "จิกิจฺฉิตนฺ"ติ วุจฺจติ, ตํ ปญฺญาย จิกิจฺฉิตํ อิโต วิคตํ, ตโต วา ปญฺญาจิกิจฺฉิตา อิทํ วิคตนฺติ วิจิกิจฺฉิตํ. "สตฺถริ กงฺขตี"ติอาทินา ๒- นเยน วุตฺตาย อฏฺฐวตฺถุกาย วิมติยา เอตํ อธิวจนํ. ตสฺสา จ ปหีนตฺตา สพฺพานิปิ วิจิกิจฺฉิตานิ ปหีนานิ โหนฺติ. ตญฺหิ เตสํ มูลํ. "อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ `สีเลน สุทฺธิ, วเตน สุทฺธี"ติ เอวมาทีสุ ๓- อาคตํ โคสีลกุกฺกุรสีลาทิกํ นานาวิธํ ๔- สีลํ โควตกุกฺกุรวตาทิกญฺจ วตฺตํ ๕- สีลพฺพตนฺติ วุจฺจติ. ตสฺส ปหีนตฺตา สพฺพมฺปิ ๖- นคฺคิยมุณฺฑิกาทิ- อมรตปํ ๖- ปหีนํ โหติ. ตญฺหิ ตสฺส มูลํ, เตน ๗- สพฺพทาวสาเน ๘- วุตฺตํ "ยทตฺถิ กิญฺจี"ติ. ทุกฺขทสฺสนสมฺปทาย เจตฺถ สกฺกายทิฏฺฐิ ปหียติ, ๙- สมุทย- ทสฺสนสมฺปทาย วิจิกิจฺฉิตํ ปหียติ, ๙- มคฺคทสฺสนนิพฺพานทสฺสนสมฺปทาย สีลพฺพตํ ปหียตีติ วิญฺญาตพฺพํ.
จตูหปาเยหีติ คาถาวณฺณนา