อิธ ปน ภิกฺขุโน เสนาสนํ ปาปุณาติ, โส เตเนว สนฺตุสฺสติ, ปุน อญฺญํ สุนฺทรตรมฺปิ ปาปุณนฺตํ น คณฺหาติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน อาพาธิโก โหติ, นิวาตเสนาสเน วสนฺโต อติวิย ปิตฺตโรคาทีหิ อาตุรียติ, โส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ตํ ทตฺวา ตสฺส ปาปุณนฺเต ๒- สวาตสีตลเสนาสเน วสิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ภิกฺขุ สุนฺทรํ เสนาสนํ ปตฺตมฺปิ น สมฺปฏิจฺฉติ "สุนฺทรเสนาสนํ ปมาทฏฺฐานํ, ตตฺร นิสินฺนสฺส ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, นิทฺทาภิภูตสฺส จ ปุน ปฏิพุชฺฌโต กามวิตกฺกา สมุทาจรนฺตี"ติ, โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อพฺโภกาสรุกฺขมูลปลาสปุญฺชาทีสุ ๓- ยตฺถ กตฺถจิ นิวสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ หรีตกํ วา อามลกํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญเญหิ ลทฺธํ สปฺปิมธุผาณิตาทิมฺปิ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ
@๒ ฉ.ม. ปาปุณนเก ๓ ฉ.ม. อพฺโภกาสรุกฺขมูลปณฺณกุฏีสุ อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน อาพาธิโก เตเลนตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต เตเลน เภสชฺชํ กตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ภิกฺขุ เอกสฺมึ ภาชเน ปูติมุตฺตหรีตกํ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ จตุมธุรํ "คณฺหาหิ ๑- ภนฺเต ยทิจฺฉสี"ติ วุจฺจมาโน สจสฺส เตสํ ทฺวินฺนํ อญฺญตเรน พฺยาธิ วูปสมติ, อถ "ปูติมุตฺตหรีตกํ นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิตํ, อยญฺจ ปูติมุตฺตเภสชฺชํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา, ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโยติ ๒- วุตฺตนฺ"ติ จินฺเตนฺโต จตุมธุรเภสชฺชํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มุตฺตหรีตเกน เภสชฺชํ กโรนฺโตปิ ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.