@๒ ฉ.ม. ตยา ๓ ฉ.ม. น ชีวิกาปกโต ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปุตฺตํ อุปเรวตํ นาม สามเณรํ ทิสฺวา สงฺโข นาม นาคราชา หุตฺวา สตฺต ทิวเส ทานํ ทตฺวา ตถาภาวํ ปตฺเถตฺวา ตโต ปภุติ ปตฺถนาสมฺปนฺโน อภินีหารสมฺปนฺโน สตสหสฺสกปฺเป ปารมิโย ปูเรตฺวา อนฺติมภวุปปนฺโน. เอวํ เนกฺขมฺมาธิมุตฺตตญฺจสฺส ภควา ชานาติ. ตถาคตพลญฺญตรํ หิ เอตํ ญาณํ. ตสฺมา อาห "สทฺธาย ฆรา นิกฺขมฺมา"ติ. อถ วา ทีฆรตฺตํ สทฺธาเยว ฆรา นิกฺขมฺม อิทานิ ทุกฺขสฺสนฺตกโร ภวาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

[๓๔๑] อิทานิ สมุทยปฺปหานา ๑- ปภุติ วฏฺฏทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตุํ "มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ"ติอาทิมาห. ตตฺถ สีลาทีหิ อธิกา กลฺยาณมิตฺตา นาม, เต ภชนฺโต หิมวนฺตํ นิสฺสาย มหาสาลา มูลาทีหิ วิย สีลาทีหิ วุฑฺฒติ. เตนาห "มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ"ติ. ปนฺตญฺจ สยนาสนํ, วิวิตฺตํ อปฺปนิคฺโฆสนฺติ ยญฺจ สยนาสนํ ปนฺตํ ทูรํ วิวิตฺตํ อปฺปากิณฺณํ อปฺปนิคฺโฆสํ, ยตฺถ มิคสูกราทิสทฺเทน อรญฺญสญฺญา อุปฺปชฺชติ, ตถารูปํ สยนาสนํ จ ภชสฺสุ. มตฺตญฺญู โหหิ โภชเนติ ปมาณญฺญู โหหิ, ปฏิคฺคหณมตฺตํ ปริโภคมตฺตํ จ ชานาหีติ อตฺโถ ตตฺถ ปฏิคฺคหณมตฺตญฺญุนา เทยฺยธมฺเม ๒- อปฺเป ทายเกปิ อปฺปํ ทาตุกาเม อปฺปเมว คเหตพฺพํ, เทยฺยธมฺเม อปฺเป ทายเก ปน พหุํ ทาตุกาเมปิ อปฺปเมว คเหตพฺพํ, เทยฺยธมฺเม ปน พหุตเร ทายเก ๓- อปฺปํ ทาตุกาเม อปฺปเมว คเหตพฺพํ, เทยฺยธมฺเมปิ หิ ๔- พหุตเร ทายเกปิ พหุํ ทาตุกาเม อตฺตโน พลํ ชานิตฺวา คเหตพฺพํ. อปิจ มตฺตา เอว วณฺณิตา ภควตาติ ปริโภคมตฺตญฺญุนา ปุตฺตมํสํ วิย อกฺขพฺภญฺชนมิว จ โยนิโส มนสิกริตฺวา โภชนํ ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๐๓๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. ราหุลสูตร”