ตตฺถ วิหรนฺเต จ ภควติ สากิยโกลิยานํ อุทกํ ปฏิจฺจ กลโห อโหสิ. กถํ? เนสํ กิร อุภินฺนมฺปิ กปิลปุรโกลิยปุรานํ อนฺตเร โรหิณี นาม นที ปวตฺตติ. สา กทาจิ อปฺโปทกา โหติ, กทาจิ มโหกทา. อปฺโปทกกาเล เสตุํ กตฺวา สากิยาปิ โกลิยาปิ อตฺตโน อตฺตโน สสฺสปายนตฺถํ อุทกํ อาเนนฺติ. เตสํ มนุสฺสา เอกทิวสํ เสตุํ กโรนฺตา อญฺญมญฺญํ ภณฺฑนฺตา ๓- "อเร ตุมฺหากํ ราชกุลํ ภคินีหิ สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ กุกฺกุฏโสณสิงฺคาลาทิติรจฺฉานา วิย, ตุมฺหากํ ราชกุลํ สุสิรรุกฺเข วาสํ กปฺเปสิ ปิสาจิลฺลิกา วิยา"ติ เอวํ ชาติวาเทน ขุํเสตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ราชูนํ อาโรเจสุํ. เต กุทฺธา ยุทฺธสชฺชา หุตฺวา โรหิณีนทีตีรํ สมฺปตฺตา. เอวํ สาครสทิสํ พลํ อฏฺฐาสิ.
อถ ภควา "ญาตกา กลหํ กโรนฺติ, หนฺท เน วาเรสฺสามี"ติ อากาเสนาคนฺตฺวา ทฺวินฺนํ เสนานํ มชฺเฌ อฏฺฐาสิ. ตมฺปิ อาวชฺเชตฺวา สาวตฺถิโต อาคโตติ เอเก. เอวํ ฐตฺวา จ ปน อตฺตทณฺฑสุตฺตํ ๔- อภาสิ. ตํ สุตฺวา สพฺเพ สํเวคปฺปตฺตา อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา ภควนฺตํ นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ, มหคฺฆญฺจ อาสนํ ปญฺญาเปสุํ. ภควา โอรุยฺห ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา
@๓ ก. อุทกํ คณฺหนฺตา ๔ ขุ.สุ. ๒๕/๙๔ อาทิ/๕๑๘ "กุฐารีหตฺโถ ปุริโส"ติอาทิกํ ผนฺทนชาตกํ, ๑- "วนฺทามิ ตํ กุญฺชรนฺ"ติ ลฏุกิกชาตกํ, ๒-